กองทัพเรือ ผลปีศาจ รัฐบาลโลก สำรวจ 9 ประเด็นการเมืองฉบับโลก One Piece Posted On 1 December 2019 Jiratchaya Chaichumkhun

กองทัพเรือ ผลปีศาจ รัฐบาลโลก สำรวจ 9 ประเด็นการเมืองฉบับโลก One Piece

 

 

กองทัพเรือ ผลปีศาจ รัฐบาลโลก

 

 

รัฐบาลโลก ผู้ผดุงศีลธรรมอันดี

สปอยล์เนื้อหาสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มติดตาม

ในการปกครองคนจำนวนมาก จำเป็นต้องมีสิ่งที่จะช่วยให้สังคมอยู่อย่างสงบสุข และเจ้าสิ่งที่มักถูกใช้เพื่ออ้างว่าเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันนั้น ก็คือคุณธรรม ศีลธรรมอันดีนั่นเอง

ในโลกของ One Piece ผู้ที่กุมนิยามของคุณธรรมเอาไว้ก็คือ รัฐบาลโลก ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยมีห้าผู้เฒ่าเป็นผู้บริหารองค์กร มีกองทัพเรือเป็นกำลังหลักในการปกครอง และมีไซเฟอร์โพล คอยดูแลงานเบื้องหลังอีกที

รัฐบาลโลกมักประกาศตัวว่า ยึดมั่นในคุณธรรมและความยุติธรรม ดำรงอยู่เพื่อช่วยปกป้องโลกใบนี้ให้ปลอดภัยจากอาชญากรทั้งหลาย แต่ถึงอย่างนั้น

การดำเนินงานต่างๆ กลับถูกปิดเป็นความลับจากสาธารณะชน แถมบางครั้ง ก็ใช้อำนาจที่มีลบล้างการมีอยู่ของบางสิ่ง ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม ภายใต้การกระทำที่มักอ้างเสมอว่า ทำไปเพื่อผดุงคุณธรรม

 

บัสเตอร์คอล คำสั่งสุดพิเศษจากกองทัพ

เจ้าหอยทากสีทองที่ทำเอา นิโค โรบินขวัญผวา เพราะอิทธิฤทธิ์ของมันไม่ได้น่ารักตามหน้าตาเอาเสียเลย บัสเตอร์คอล

คือชื่อเรียกของแมลงโทรสารโกลเด้น (คล้ายๆ กับโทรศัพท์ในโลกของเรา) ชนิดพิเศษ เพราะเพียงแค่กดปุ่มลงไป แมลงโทรสารซิลเวอร์ที่อยู่กับกองทัพเรือ จะส่งเสียงรวมพลกองทัพ แล้วเกาะหรือสถานที่ที่เรายืนอยู่ก็จะกลายเป็นเป้าโจมตีของกองทัพเรือไปในทันที

บัสเตอร์คอล จึงเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ทรงพลานุภาพที่สุด และจะเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษ ตัวอย่างที่ผ่านมาในโลก One Piece บัสเตอร์คอลถูกใช้เพื่อกำจัดคนที่ฝ่าฝืนคำสั่งรัฐบาลโลก (แต่ไม่ได้โดนคนเดียวนะ ตายยกประเทศ) ซึ่งรัฐบาลโลกมองว่า เป็นการกำจัดอาชญากร และลบล้างคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเป็นภัยคุกคามต่อรัฐบาลนั่นเอง

จากข้อมูลถึงเล่ม 94 ด้วยพลานุภาพที่รุนแรง ทำให้ผู้ที่มีอำนาจในการใช้บัสเตอร์คอลมีเพียงน้อยนิด จอมพลเรือ สามพลเรือเอก และห้าผู้เฒ่าเท่านั้น

 

ร้อยปีแห่งความว่างเปล่า ประวัติศาสตร์ที่ห้ามตามหา

“อดีตเป็นของมนุษย์ทุกคน ไม่มีใครมีสิทธิมาห้ามไม่ให้คนเรา ล่วงรู้ประวัติศาสตร์ในอดีตได้”

หนึ่งในไฮไลท์หลักของโลก One Piece เมื่อประวัติศาสตร์ที่โดยทั่วไปแล้ว ควรเรียงร้อยต่อกันอย่างดี กลับกลายเป็นหลุมดำไปถึง 100 ปี

แถมใครก็ตามที่อยากศึกษาประวัติศาสตร์ที่หายไปนี้ จะถูกหมายหัวว่าเป็นอาชญากร ซึ่งการตามหาช่องว่างของประวัติศาสตร์ที่หายไป ก็ทำให้นักโบราณคดีหลายคน ต้องถูกกำจัดทิ้งไปแล้ว

การศึกษาประวัติศาสตร์ที่หายไป ทำได้โดยการอ่านข้อความที่จารึกไว้อยู่บนหินโพเนกลีฟ ซึ่งเป็นศิลาจารึกขนาดใหญ่ ที่ทำลายทิ้งไม่ได้

 

กองทัพเรือ ผลปีศาจ รัฐบาลโลก

 

คณะปฏิวัติ ปลดแอกผู้คนจากการปกครองเบ็ดเสร็จ

อ้างอิงจากคำพูดของ นิโค โรบิน คณะปฏิวัติ คือขุมพลังที่คิดจะโค่นล้มรัฐบาลโลก และความคิดนั้น ได้แผ่ขยายไปตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศที่มีราชาปกครอง หลายประเทศเป็นอันต้องล่มสลายไป ทำให้รัฐบาลโลกพยายามควานหาตัวของดราก้อน ชายที่เป็นหัวหน้าของคณะปฏิวัติ และเป็นพ่อของลูฟี่ โดยมอบฉายาว่า ‘อาชญากรที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก’ ให้กับเขา

เป้าหมายของคณะปฏิวัติ คือการต่อสู้กับระบอบการปกครองของรัฐบาลโลกที่รวบอำนาจไว้เพียงผู้เดียว และกำจัดอำนาจอันมิชอบของเผ่ามังกรฟ้าที่มักกดขี่ข่มเหงผู้คนทั่วไปอยู่เสมอ

 

ทหารเรือ เครื่องมือปกครองคน

“โจรสลัดเป็นคนเลว? ทหารเรือเป็นคนดี? ความหมายของความดีความเลว ‘มันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย’ … คนที่มีอำนาจสูงสุดนั่นแหละจะเป็นคนกำหนดว่าสิ่งไหนถูก

ในการปกครองคน บางครั้ง Soft power อย่าง การประนีประนอม การเกลี้ยกล่อม ก็ไม่เพียงพอ ในโลกของ One Piece ขุมพลังที่เป็นดั่ง Hard power ในการปกครองคน ก็คือกองทัพเรือเนี่ยแหละ

สัดส่วนของโลก One Piece เต็มไปด้วยน้ำทะเลปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ทหารเรือเป็นกลุ่มที่มีอำนาจสำคัญอย่างมากในเรื่องนี้

ตามลำดับขั้นของเรื่องแล้วกองทัพเรือเป็นเหมือนเครื่องมือให้กับรัฐบาลโลก หากรัฐบาลโลกมีคำสั่งอะไรมา ทหารเรือก็ต้องปฏิบัติตาม

แต่ตัวละครที่มาจากกองทัพเรือมีความหลากหลายสูงมาก บางคนก็ยินยอมทำตามที่รัฐบาลโลกสั่งแต่โดยดี บางคนก็เชื่อมั่นในความยุติธรรมเดียวกับที่รัฐบาลโลกประกาศไว้ หรือบางคนก็เลือกที่จะทำตามความถูกต้องของตัวเอง มากกว่าฟังคำสั่งจากรัฐบาล

 

เผ่าเงือก เผ่าพันธุ์แห่งการถูกเหยียด

คนที่ไม่ได้ติดตาม One Piece มักงุนงงกับตัวละครรูปร่างหน้าตาประหลาดๆ ที่ดูไม่เหมือนคนเลย ซึ่งก็ต้องบอกว่า One Piece เป็นการ์ตูนที่มีชนเผ่าหลากหลายมากๆ หนึ่งในชนเผ่าที่โดดเด่นของเรื่องก็คือ เผ่าเงือก ซึ่งมีเชื้อสายของมนุษย์และสัตว์น้ำผสมกันอยู่ ทำให้สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งบนบก และในน้ำ แถมยังพลังกำลังเกินมนุษย์ธรรมดาทั่วไปอีกด้วย แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ผิดแผกเกินมนุษย์ไปมาเนี่ยแหละ ทำให้ชาวเงือกถูกรังเกียจ ต่อให้มนุษย์เงือกจะมีพละกำลังมากมายขนาดไหน ก็ยังสู้มนุษย์ที่มีจำนวนมากกว่าไม่ได้

หลังจากที่พวกลูฟี่กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อาณาจักรริวกู ดินแดนของชาวเงือกที่ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นดั่งสวรรค์ คือ

เป้าหมายในการผจญภัยของแก็งหมวกฟาง แต่ประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยการถูกกดขี่ และเหยียดชัง จากเหล่ามนุษย์ทั่วไป มนุษย์เงือกหลายคนถูกจับไปขายเป็นทาสบ้าง หรือถูกทำร้ายเพราะความอัปลักษณ์บ้าง จนเผ่าเงือกไม่สามารถขึ้นไปบนพื้นโลกได้เลย ต้องอาศัยอยู่เพียงใต้น้ำทะเลลึกเท่านั้น

เมื่อมีการกดขี่ ก็ต้องมีคนที่ไม่อยากอยู่เฉย หนึ่งในคนเหล่านั้นคือ ราชินีโอโตฮิเมะ ราชินีผู้เป็นที่รักของชาวเงือก ที่คอยล่ารายชื่อให้คนมาลงนาม เพื่อจะนำไปเป็นสิ่งที่ใช้เรียกร้องให้เกิดการแก้ไขกฎหมาย ให้เหล่ามนุษย์เงือกมีสิทธิทัดเทียมมนุษย์ธรรมดา ส่วนอีกคน คือ ฟิชเชอร์ ไทเกอร์ นักเดินทางผู้มีชื่อเสียงของชาวเงือก เขาใช้วิธีต่อสู้ด้วยกำลัง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเผ่าเงือกที่ถูกกดขี่ และยังบุกรุกดินแดนศักดิ์ สถานที่ที่ทาสทั้งหลายถูกใช้แรงงานนรก และปลดปล่อยทาสเหล่านั้น

ถึงแม้วิธีการของทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เป้าหมายที่มีร่วมกัน คือการเรียกร้องสิทธิให้กับมนุษย์เงือก ชนเผ่าที่ถูกกดขี่ในสังคมมาโดยตลอด ให้มีโอกาสทัดเทียมกับมนุษย์ หรืออย่างน้อยที่สุด ได้มีโอกาสขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงอาทิตย์เสียที

 

 

กองทัพเรือ ผลปีศาจ รัฐบาลโลก

 

 

ผลสไมล์ ต่อให้หิวตายก็ต้องฉีกยิ้มไว้

ถ้าใครติดตาม One Piece มาถึงภาควาโนะ คุนิ แล้ว ก็คงรู้ความสามารถที่แท้จริงของเจ้าผลสไมล์กันแล้ว ซึ่งต้องบอกว่า สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสไมล์ (รอยยิ้ม)

จริงๆ เพราะนี่คือ ผลปีศาจเทียมที่สร้างขึ้นเลียนแบบผลปีศาจสายโซออน (แปลงร่างเป็นสัตว์ได้) เพื่อสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ ตามที่ไคโด หนึ่งในสี่จักรพรรดิต้องการ

แต่การทดลองนี้ไม่สมบูรณ์ กลายเป็นว่าผลปีศาจเทียมที่จะมอบพลังตามที่หวัง มีเพียง 10% ของการทดลองเท่านั้น ส่วนอีก 90% นอกจากจะไม่มอบพลังตามที่ผู้สร้างคาดหวังแล้ว ยังทำให้เกิดผลข้างเคียงชนิดที่ว่า ใครก็ตามที่กินผลสไมล์เข้าไป จะทำสีหน้าอื่นไม่ได้เลย นอกจากหัวเราะ!

ความร้ายกาจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลสไมล์ แต่คือการที่ผลไม้ทดลองพวกนี้ ถูกส่งไปยังเมืองเอบิสึ เมืองที่รับของเหลือจากนครหลวง

เพราะทรัพยากรธรรมชาติเป็นพิษจนเอามาประทังชีพไม่ได้ เมื่อผลไม้ที่ดูสด สะอาด ถูกทิ้งไว้ที่เมืองนี้ ผู้คนที่หิวโหยก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกินผลสไมล์เข้าไป แน่นอนว่า หลังจากนั้น ต่อให้คนในครอบครัวตาย หรือต้องเจอกับเรื่องทุกข์ระทมแค่ไหน คนในเมืองนี้ก็ไม่สามารถแสดงความโศกเศร้าออกมาได้

เมืองหลวงของประเทศ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรต่างๆ มากมาย จนกลายเป็นแดนสวรรค์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ ส่วนเมืองรอบนอกก็ต้องรองรับของเสียและมลพิษต่างๆ มา ทรัพยากรธรรมชาติที่ควรกระจายให้ทั่วถึง กลับกระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองหลวง แถมพวกเขายังทำได้แค่หัวเราะ เพื่อไม่ให้เหล่าชนชั้นนำของประเทศเห็นแล้วขัดหูขัดตากับความโศกเศร้าอีกต่างหาก

 

เผ่ามังกรฟ้า ชนชั้นนำผู้สร้างโลก

ย้อนกลับไปเมื่อ 800 ปีก่อน เหล่าราชาทั้ง 20 องค์ จากอาณาจักรต่างๆ ในโลก One Piece ช่วยกันสร้างองค์กรขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า รัฐบาลโลก

ซึ่งกลายมาเป็นองค์กรที่ควบคุมดูแลโลกมาจนถึงปัจจุบัน และราชาทั้งหลายก็ย้ายสำมะโนครัวเข้าไปอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (มาถึงตรงนี้ เหลือแค่ 19 ราชวงศ์แล้ว) ส่วนลูกหลานของราชาเหล่านี้ ถูกขนานนามว่า เผ่ามังกรฟ้า

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เผ่ามังกรฟ้าอาศัยอยู่ เรียกว่า แมรี่จัวร์ ถ้าออกนอกแมรี่จัวร์ เผ่ามังกรฟ้าจะสวมฟองอากาศไว้ที่หัว

เพราะไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกับมนุษย์ธรรมดา และหากเผ่ามังกรฟ้าเดินผ่านไปที่ไหน คนที่อยู่ในละแวกนั้น ต้องหยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง คุกเข่า และก้มหัว จนกว่าเผ่ามังกรฟ้าจะเดินผ่านไป

วีรกรรมของเผ่ามังกรฟ้า มีมาให้เห็นบ่อยๆ ในเรื่องช่วงหลังของ One Piece ตั้งแต่การบังคับ ขู่เข็ญ ใช้แรงงานทาส หรือการฆ่าคนตายโดยไม่ต้องรับโทษใดๆ

นอกจากนี้ เผ่ามังกรฟ้ายังได้รับการคุ้มครองอย่างดีจากรัฐบาลโลก ชนิดที่ว่า ถ้าใครทำให้เผ่ามังกรฟ้าไม่พอใจ ก็เตรียมตัวถูกถล่มโดยพลเอกสุดแกร่ง จากศูนย์บัญชาการหลักกองทัพเรือได้เลย

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ One Piece

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ One Piece

 

 

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ one-piece

 

เผ่าพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตในวันพีช

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ One Piece เผ่าพันธุ์บนบก : สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนบก

  • เผ่ามนุษย์ : เผ่าที่ปกติที่มีอยู่ทั่วไป
  • เผ่าคนยักษ์ : เป็นเผ่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตัวใหญ่เท่าตึก กับมีพวกยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์เล็กน้อย โดยคนยักษ์นั้นจะมีอายุยืนอายุถึง 300 ปี มากกว่า 3 เท่าของมนุษย์ กับมีพวกตระกูลคนยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เรียกว่าออส เป็นยักษ์ที่ตัวมีสีแดงหรือเหลืองกับมีเขาโดยขนาดใหญ่คนยักษ์ทั่วไปหลายเท่า โดยบ้านเกิดของคนยักษ์อยู่ที่เอลบัฟ ในโลกใหม่ แบ่งเป็น 3 ตระกูล คือ
  • 1) เอลูบาบู เป็นตระกูลคนยักย์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความป่าเถื่อน จาก มังงะ ตอนที่ 392
  • 2) วณิพก เป็นตระกูลคนยักย์ที่รักความสงบ จาก มังงะ ตอนที่ 392
  • 3) ออส เป็นตระกูลคนยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • เผ่าคนแคระ : เป็นเผ่าที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยจะมีจมูกที่แหลมกับมีหางที่มีขน กับคนแคระทุกคนมีความเร็วระดับโซล กับมีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ ขนาดคนแคระแค่คนเดียวสามารถทำยกอาคารได้อย่างง่ายดาย โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพืช แต่มีข้อเสียคือเชื่อคนง่าย โดยบ้านเกิดของคนแคระอยู่ที่กรีนบิท ในโลกใหม่
  • เผ่าแขนยาว : เป็นเผ่าที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่จะมีแขนที่มี 2 ข้อศอก แต่ละข้าง แต่ลักษณะการแต่งตัวสไตร์จีน โดยสามารถเก็บส่วนแขนยาวให้เหมือนคนปกติได้แต่ว่าจะกลายเป็นรูปแบบที่ไหล่ยาวกว่าปกติ โดยบ้านเกิดของเผ่าแขนยาวอยู่ที่เคนซัน ในแกรนด์ไลน์
  • เผ่าขายาว : เป็นเผ่าที่เน้นส่วนยาวที่ขาเท่านั้น
  • เผ่าคอยาว : เป็นเผ่าที่ยาวเฉพาะส่วนคอเท่านั้น
  • เผ่า 3 ตา : เป็นเผ่าที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่จะมีตาที่ 3 บนหน้าผาก มีการลือกันมาว่า เผ่า 3 ตามีพลังสะกดจิต เมื่อใครสบตากับดวงตาที่ 3 กับพลังได้ยินเสียงจากทุกสรรพสิ่ง แบบเข้าใจในโพเนกลีฟ

เผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างโดยวิทยาศาสตร์ : เป็นเผ่าพันธุ์รูปแบบใหม่ที่ถูกสร้างด้วยฝีมือของมนุษย์ กับเทคโนโลยี หรือ วิทยาศาสตร์

  • ไซบอร์ก : เป็นการผสมดัดแปลงของสิ่งมีชีวิตกับเครื่องจักรแต่ไม่ตกทอดมาสู่ลูก แบบเอาร่างคนหรือมาดัดแปลงกับเครื่องจักรเป็นหุ่นยนต์เป็นต้น
  • โคลนนิ่ง : การสร้างมนุษย์จากใช้มนุษย์มาเป็นต้นแบบกับเพิ่มจำนวน โดยการสร้างโคลนนิ่งต้องมี DNA ของสิ่งมีชีวิต โดยพอสร้างก็เร่งการเจริญเติบโตกับปลูกถ่ายความทรงจำใส่ กับตั้งโปรแกรมได้ในสมองให้รับคำสั่ง แต่มีจุดอ่อนคือเมื่อถูกสร้างขึ้นมาจากDNA ของใครที่เป็นต้นแบบก็จะมีจุดอ่อนกับนิสัยตามไปด้วย
  • มนุษย์ดัดแปลง : คือมนุษย์ที่ถูกดัดแปลงตั้งแต่ตอนก่อนเกิด ทำให้กลายเป็นมนุษย์ที่พอเกิดขึ้นมามีพลังเหมือนสัตว์ประหลาด พื้นฐานคือจอมพลังกับฟื้นตัวโดยแข็งแกร่งกว่าเดิม กับแต่ละคนจะมีพลังแตกต่างกันไป แบบคล้ายๆกับพลังของผลปีศาจสายพารามิเซีย

 

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ one-piece

 

 

เผ่าพันธุ์ทะเล : สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ โดยที่มนุษย์เงือกกับเงือกนั้นที่มีลูกด้วยกันหรือต่างกัน ลูกออกมาเป็นเงือกหรือมนุษย์เงือกก็ได้ โดยจะเป็นรูปแบบปลาที่ไม่เหมือนกับพ่อแม่เพราะยีนส์แฝง โดย 2 เผ่านั้น สามารถสื่อสารกับปลากับพวกสัตว์ทะเลได้ กับอาศัยอยู่ที่เกาะมนุษย์เงือก

  • มนุษย์เงือก : เป็นเผ่าปลาที่มีร่างเป็นคนสามารถอยู่บนบกได้หายใจจากด้วกเหงือกตรงแผงคอ กับมีส่วนของปลาเช่นมีขาหรือแขนหลายข้างกับมีครีบตรงส่วนของร่างกาย มีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า มีความสามารถตามชนิด เช่น ปลาหมึกจะสามารถพ่นหมึกได้ ปลาฉลามสามารถงอกฟันได้ตลอดเวลา
  • เผ่าเงือก : เป็นเงือกที่ท่อนบนเป็นมนุษย์บางครั้งก็มีหน้าคล้ายปลา แต่ท่อนล่างมีหางเป็นปลา เคลื่อนที่ในน้ำได้เร็วกว่ามนุษย์เงือก อาศัยในน้ำกับอยู่บนบกได้ ไม่สามารถเดินบนบกได้ แต่พออายุ 30 ปีขึ้นไป จะสามารถยืนบนบกด้วยหางแยกออกมาเป็นขาใช้เดินได้

เผ่าพันธุ์ตามวัฒนธรรม : เป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่แบบตามวัฒนธรรมของเกาะ

  • เผ่าคุมาเต : เป็นพวกมนุษย์กินคนที่ขึ้นชื่อเรื่องมือเปิปพิสดาร ที่เป็นมนุษย์กินคนเป็นอาหาร
  • โอคามะ : กระเทย คือผู้ชายที่สับสนทางเพศอยากเป็นผู้หญิง ในเกาะคามาบัคกะ ผู้ชายที่เข้าเกาะจะถูกสภาพแวดล้อมปกคลุมจนสับสนทางเพศไปในที่สุด
  • คุจา : เผ่าสตรี เป็นเผ่าที่มีแต่ผู้หญิง โดยความเชื่อว่าความแข็งแกร่งทางพละกำลังคือความงดงาม ที่เกาะคุจาจะมีผู้หญิงลอยมาติดเกาะ บางคนก็ท้อง โดยลูกที่เกิดมาจะเป็นผู้หญิงตลอด
  • เผ่าโทริโนะ : เป็นมนุษย์ตัวอ้วนที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรโทริโนที่เซาธ์บลู

เผ่าพันธุ์ท้องฟ้า : เผ่าที่อาศัยอยู่บนท้องฟ้า ในอดีต 3 เผ่าอาศัยอยู่ด้วยกันบนดวงจันทร์ แต่เพราะเหตุหนึ่งจึงย้ายมาอยู่บนโลก

  • ชาวท้องฟ้า หรือ สกายเปียน : เป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนท้องฟ้าลักษณะการแต่งตัวเหมือนพวกเทพ กับมีทรงผมที่มีวงกลมชี้ขึ้นบนหัวทั้ง 2 ข้าง กับมีปีกที่หลัง
  • แชนดรา : เป็นมนุษย์ที่แต่งตัวเหมือนอินเดียแดง กับมีปีกที่หลัง อาศัยบนเกาะจายาส่วนหัวกะโหลก แต่เพราน็อคอัพสตรีมะส่วนหนึ่งของเกาะจึงขึ้นมาบนฟ้า
  • บริก้า : เป็นเผ่ามนุษย์ที่มีปีกนกขนาดใหญ่บนหลัง

เผ่าพันธุ์บนดวงจันทร์: เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบนดวงจันทร์

  • เผ่าคาราคุริ : เป็นหุ่นยนต์มีรูปร่างคล้ายช็อปเปอร์ร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งกวางแต่ไม่มีเขา ซึ่งทุกตัวจะมีหนวด ที่อาศัยบนดวงจันทร์ ในอดีตถูกสร้างด้วยฝีมือของเผ่าพันธุ์ท้องฟ้า หลังจากที่ 3 เผ่านั้นย้ายมาบนโลก เผ่าคาราคุริก็สร้างอาณาจักรบนดวงจันทร์
  • กลุ่มโจรสลัดอวกาศ : เป็นกลุ่มที่มีรูปร่างเหมือนสัตว์ที่ยืน 2 ขาเป็นผู้รุกรานบนดวงจันทร์ แต่ล้มเหลวเพราะเอเนล

สิ่งมีชีวิตลึกลับ : เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นตำนาน ที่ไม่เคยมีใครเห็น

  • คลาบาวทาแมน : คือเล่าของยักเดินเรือ ยิ่งดูแลเรือมากเรือก็จะมีชีวิตจิตใจสร้างร่างออกมาได้ เป็นร่างแปลงของเรือที่จะมีรูปร่างออกมาเป็นคนตัวเล็กใส่ชุดกันฝนโดยมือข้างหนึ่งถือค้อน ซึ่งเป็นจะโผล่ออกมาตอนเรือมีภัยคอยเดินไปทั่วเรือเพื่อเตือนภัยลูกเรือ กับซ่อมเรือ คลาบาวทาแมนจะมีตัวตนได้ก็ต่อเมื่อคนบนเรือนั้นผูกพันกับเรือจนเรือมีความรู้สึกสร้างร่างขึ้นมาได้ โดยจะออกมาเตือนถึงภัยร้าย เช่น เรือจะออกมาช่วยลูกเรือ หรือเรือถึงขีดจำกัดจะซ่อมเรือเพื่อยืดชีวิตต่ออีกหน่อย โดยเรือจะสื่อสารกับลูกเรือผ่านทางโทรจิต เมื่อเรือถูกทำลาย คลาบาวทาแมนก็จะเสียชีวิตเพราะร่างหลักคือเรือ
  • เยติ : เป็นมนุษย์หิมะเหมือนบิ๊กฟุต ตัวสูงไม่เท่าคนยักษ์ ตัวมีขนสีขาวเต็มตัว กับเดินไปไหนมีรอยเท้าไปหมด เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
  • เผ่ามิงค์ : เป็นเผ่าพันธุ์ลึกลับที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก (อาณาจักรที่ถูกตั้งบนหลังของช้างยักษ์ โดยช้างที่มีอายุเกินพันปีที่เดินบนทะเลไปทั่วโลกใหม่) ลักษณะของเผ่ามิงค์คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่บนบกแต่ตัวเป็นคน โดยเผ่ามิงค์มีส่วนเหมือนพวกเผ่าเงือกคือ พ่อแม่เป็นมิงค์กวาง ลูกออกมาเป็นมิงค์สุนัขก็มี
  • เผ่า สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่แห่งทะเลฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล (ชื่อสมมุติ เพราะยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเผ่าอย่างเป็นทางการ) : เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเผ่าคนยักย์ ตระกูลออส และใหญ่กว่าเรือทริลเลอร์บาร์ค ปรากฏครั้งแรกที่ทะเลฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล เป็นตัวการทำให้เรือหายสาปสูญไปในหมอกก่อนโมเรียมาซ่อนตัวสร้างฐานที่นั่น

 

เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ one-piece

 

 

เผ่าพันธุ์ผสม: คือการที่ต่างสายพันธุ์มีลูกออกมาเป็นพันธุ์ผสม

  • ครึ่งเงือก : คือการที่มนุษย์กับเงือกมีลูกออกมาเป็นครึ่งเงือกหรือมนุษย์เงือก แต่ก็มีท่อนล่างเป็นปลา
  • ครึ่งมนุษย์เงือก : คือการที่มนุษย์กับมนุษย์เงือกหรือเงือกมีลูกออกมาเป็นครึ่งมนุษย์เงือก
  • มนุษย์แขนขายาว : คือการผสมของเผ่าแขนยาวกับขายาวที่มีลูกออกมีแขนที่ยาวและขาที่ยาว
  • วอตัน : เป็นมนุษย์เงือกหรือเงือกผสมกับคนยักษ์ หรือก็คือเผ่าคนยักษ์ที่มีร่างเป็นมนุษย์เงือก
  • ครึ่งเผ่า 3 ตา : เป็นลูกผสมของเผ่า 3 ตากับมนุษย์

เผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างด้วยพลังของผลปีศาจ: เป็นเผ่าพันธุ์รูปแบบใหม่ที่ถูกสร้างด้วยพลังของผู้มีพลังพิเศษจากผลปีศาจ

  • ซอมบี้ หรือ เจเนรัลซอมบี้ : เป็นศพของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงด้วยฝีมือของดร.ฮอคแบค หมอที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยศพที่ถูกนำมาดัดแปลงนั้นล้วนเป็นศพของผู้มีชื่อเสียงจากแต่ละที่กันทั้งนั้น ไม่ก็เอาสัตว์มาดัดแปลงไม่ก็ผสมกันมั่วตามกันไป หรือเอาศพธรรมมามาตัดต่อผสมกับสิ่งของ เป็นต้น แต่ศพที่ถูกดัดแปลงเสร็จนั้นจะมีร่างกายที่อึดอยู่ยงคงกระพันกับทรงพลังกว่าตอนมีชีวิต กับไร้ความรู้สึกจ็บปวดเพราะเซลล์ร่างกายนั้นตายไปแล้ว ซึ่งร่างนั้นไม่มีชีวิตเพราะเป็นศพ เมื่อถูกพลังของคนที่กินผลคาเกะ คาเกะเข้าไป ดึงเงาจากคนหรือสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตมาใส่ในร่างของศพ ศพก็จะมีชีวิตจิตใจตามเจ้าของเงากลายเป็นซอมบี้ แต่ถ้าเจ้าของเงาตาย เงาของเจ้าของเงาที่อยู่ในร่างซอมบี้ก็จะหลุดออกจากร่าง ซอมบี้จะกลับไปเป็นศพอีกครั้ง หรือไม่ก็เอาเกลือ หรือสิ่งทีมีความเค็ม ไม่ก็น้ำทะเลให้ซอมบี้กินเข้าไปปริมาณหนึ่ง เงาก็ออกจากร่าง แต่ถ้าเกลือน้อยไปเงาจะไม่ออกมา
  • นิวคาม่า : เป็นกระเทยที่ถูกสร้างด้วยฝีมือของผู้กินผลโฮรุ โฮรุเข้าไป โดยใช้พลังเปลี่ยนของจากชายเป็นหญิง หญิงเป็นชาย เป็นกระเทยรุ่นใหม่
  • เซนทอร์ : เป็นมนุษย์ที่มีขาเป็นท่อนล่างของสัตว์ 4 ขา เหมือนคนครึ่งม้าในเทพนิยาย แต่มีขาเป็นหลายแบบเช่น มีขาเป็นจระเข้ หรือ สิงโต เป็นต้น ด้วยพลังของผู้กินผลโอเปะ โอเปะ
  • เซเทอร์ : เป็นมนุษย์ที่มีขาเป็นท่อนล่างของ 2 ขา(ขาของแกะ) กับใส่เขา ด้วยพลังของผู้กินผลโอเปะ โอเปะ
  • ฮาร์ปี้ : เป็นมนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนแขนขาที่เป็นส่วนเดิมของมนุษย์ออกเป็นปีกกับขานกขนาดยักษ์แทน ด้วยพลังของผู้กินผลโอเปะ โอเปะ
  • ของเล่น : เป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ถูกมือของผู้มีพลังพิเศษของผลโฮบิโฮบิสัมผัสจนกลายเป็นของเล่นรูปแบบต่างๆ แต่เมื่อถูกสาปกลายเป็นของเล่น คนที่เกี่ยวข้องจะลืมความจำของคนที่กลายเป็นของเล่นไปโดยไม่รู้ตัว
  • มนุษย์ศิลปะ : เป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆที่ถูกพลังของผู้มีพลังพิเศษจากผลอะโตะ อะโตะ(ผลศิลปะ)ทำให้กลายเป็นผลงานศิลปะ
  • โฮมมิ่ง : เป็นวัตถุสิ่งของหรือของเหลวรูปแบบต่างๆ ถูกพลังของคนกินผลโซรุ โซรุใส่วิญญาณที่เป็นชิ้นส่วนอายุขัยของบุคคลเข้าไปในสิ่งนั้น จนสิ่งของนั้นมีชีวิตจิตใจ โดยนิสัยตามเจ้าของอายุขัย อายุขัยของบุคคลนั้นกับมีอายุเพียงจำกัดตามเวลา เช่นถ้าใส่อายุขัยของคนหนึ่งที่มี 2 เดือน เข้าไปในวัตถุ วัตถุจะมีชีวิตจิตใจตามคนนั้นกับมีเวลาเพียง 2 เดือน เป็นต้น
  • โครงกระดูก : มนุษย์ที่มีร่างกายเป็นโครงกระดูก ด้วยพลังของผล โยมิ โยมิ(ผลคืนชีพ) แต่มีเงื่อนไขพิเศษ คือ เมื่อตายไปแล้ว ต้องหาร่างไม่เจอเป็นเวลา 1 ปี พอหาเจอร่างก็กลายเป็นโครงกระดูก

 

คณะปฏิวัติ One Piece

คณะปฏิวัติ One Piece

 

 

คณะปฏิวัติ one-piece

 

 

โจรสลัดน่ะ จะไม่เป็นฝ่ายโจมตีรัฐบาลหรือทหารเรือก่อน…แต่ว่าตอนนี้มีขุมพลังที่คิดจะโค่นล้มรัฐบาลโลกอยู่ และดราก้อนคือผู้ชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของกองทัพปฏิวัตินั่น ตอนนี้ความคิดนั้นได้แผ่ขยายไปตามประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศที่มีราชาปกครอง

คณะปฏิวัติ หรือ กองทัพปฏิวัติ เป็นองค์กรติดอาวุธทรงอิทธิพลภายใต้การนำของมังกี้ ดี. ดราก้อน ถือเป็นองค์กรที่เป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโลก อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่แท้จริงของคณะปฏิวัติคือการกำจัดอำนาจมิชอบของเผ่ามังกรฟ้าที่ครอบงำกิจการของรัฐบาลโลกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน

 

คณะปฏิวัติ one-piece

 

ภารกิจหลักของคณะปฏิวัติคือการต่อสู้กับระบอบการปกครองของรัฐบาลโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดการกดขี่ข่มเหงและประพฤติมิชอบของบุคลากรรัฐบาล คณะปฏิวัติเคยช่วยปลดปล่อยทาสที่ประเทศเทควิลาว็อล์ฟ ปฏิบัติการส่วนใหญ่ของคณะปฏิวัติมุ่งเน้นไปที่การปลดปล่อยประเทศเล็กน้อยจากการปกครองของรัฐบาลโลก ยิ่งรัฐบาลโลกตกอยู่ในภาวะปั่นป่วน การปฏิวัติในประเทศเล็กน้อยเหล่านี้ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ดังเช่นครั้งเจ็ดเทพโจรสลัดดองกิโฮเต้ โดฟลามิงโก้ ถูกโค่นล้มจากบัลลังก์เดรสโรซ่า คณะปฏิวัติสามารถปลดปล่อยเกาะเล็กเกาะน้อยได้จำนวนมาก

และเนื่องจากเป็นกองกำลังอิสระ อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของคณะปฏิวัติคือการสั่งสมอาวุธยุทธภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างแสนยานุภาพในการโค่นล้มเผ่ามังกรฟ้าซึ่งมีอภิสิทธิ์ในการเรียกใช้ความคุ้มครองของพลเรือเอกแห่งศูนย์ใหญ่กองทัพเรือ ด้วยเหตุฉะนี้ คณะปฏิวัติจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อค้าขายกับบริษัทของโดฟลามิงโกซึ่งเป็นนายหน้าค้าอาวุธรายใหญ่ในโลกใต้ดิน อย่างไรก็ตาม เมื่อโดฟลามิงโกถูกโค่นล้ม คณะปฏิวัติได้ยึดเอาอาวุธทั้งหมดออกจากเดรสโรซา

 

 

คณะปฏิวัติ one-piece

 

จากคำพูดของนิโค โรบิน แม้ว่าคณะปฏิวัติจะอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลโลกและกองทัพเรือ แต่คณะปฏิวัติก็แทบไม่ได้ร่วมมือกับโจรสลัดเนื่องจากมีอุดมการณ์ต่างกัน และอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งจนใช้กำลังประทุษร้ายกันเอง กรณีนี้ปรากฎเมื่อเหล่าผู้นำของคณะปฏิวัติเอาชนะโจรสลัดหนวดชมพูเพื่อป้องกันไม่ให้พวกนั้นเทียบท่าที่อาณาจักรลูลูเซีย อย่างไรก็ตาม มีบางครั้งที่คณะปฏิวัติร่วมมือกับโจรสลัดในการกำจัดศัตรูร่วมกัน เช่นเมื่อครั้ง CP-0 โดยร็อบ ลุจจิ, สแปนดัม และคาคุ ตรวจสอบท่าเรือลับใต้เดรสโรซา ลุจจิก็รู้ทันทีว่าคณะปฏิวัติฉวยโอกาสยึดอาวุธและหลักฐานเกี่ยวกับธุรกิจมืดของโดฟลามิงโก้ไประหว่างพันธมิตรหมวกฟางก่อความวุ่นวายด้านบน

กลุ่มกองกำลังปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลโลก (Revolutionary) เป็นกองกำลังที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อทำลายระบอบขุนนางและทาสที่ปกครองโดยกษัตร์มีเผ่ามังกรฟ้าเป็นผู้นำสูงสุด ถูกกล่าวถึงครั้งแรกจากการประชุม ของ สภากษัตย์ที่จะจัดขึ้นทุก 6ปีก่อนซึ้งในตอนนั้นคิง นาฟาตารี ค็อบบร้าและคิง วาโปลูเข้าประชุมด้วยเป็นการแจ้งเตืยนถึงคนชื่อดราก้อน ผู้นำกองกำลังปฏิวัติที่จะนำลัทธิต่อต้านระบอบขุนนางมาสู่อาณาจักรซึ่งจะทำให้เกิดการปฏิวัติได้ กองกำลังของดราก้อนมีกำลังที่กล้าแข็งขึ้นทุกวันเห็นได้จากการเอาชนะอาณาจักร เซ็นโทเร ได้และเริ่มโจมตีอาณาจักรอีกหลายแห่งบนโลกเพื่อสร้างขุมกำลังที่แข็งแกร่งเพื่อใช้ต่อกรขั้นแตกหักกับรัฐบาลโลกในอนาคต

ซามูไร เรียวมะ

ซามูไร เรียวมะ 

 

ซามูไร เรียวมะ

 

ซามูไร เรียวมะ  เป็นซามูไรผู้มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวล้มล้างระบอบการปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะในช่วงยุคบากูมัตสึ (ปลายยุคเอโดะ) เพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคมญี่ปุ่น และปฏิรูปประเทศให้ไปสู่ความทันสมัยตามอย่างชาติยุโรปตะวันตก เขายังเป็นผู้ก่อตั้งไคเอ็นไตซึ่งเป็นบริษัทพาณิชย์นาวีแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นและเป็นลูกศิษย์ของคัตสึ ไคชู ผู้วางรากฐานแห่งกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น

ซากาโมโตะ เรียวมะเกิดในปี ค.ศ. 1836 ตรงกับศักราชเท็มโป ปีที่ 6 ณ เมืองโคจิ แคว้นโทซะ (ปัจจุบันแคว้นนี้ได้แก่พื้นที่จังหวัดโคจิ บนเกาะชิโกกุ) เขาเป็นบุตรของครอบครัวตระกูลซามูไรชั้นโกชิ ซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นชนชั้นพ่อค้าทำอาชีพกลั่นสาเกขาย และได้เลื่อนขึ้นเป็นซามูไรโดยการซื้อตำแหน่ง (ซามูไรประเภทนี้นับเป็นซามูไรระดับต่ำที่สุดในระบบศักดินาญี่ปุ่น) มีพี่สาวชื่อ ซากาโมโตะ โอโตเมะ ในวัยเด็กนั้นเรียวมะมักถูกรังแกเวลาอยู่ที่โรงเรียน พี่สาวคนหนึ่งของเรียวมะจึงย้ายให้เขาไปเรียนอยู่ในสำนักดาบแทน จนกระทั่งเมื่อเจริญวัยขึ้น เขาก็ได้เป็นครูดาบอยู่ในแคว้นโทซะแห่งนั้น

 

ซามูไร เรียวมะ

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1853 เรียวมะได้เดินทางไปที่นครเอะโดะเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ของจิบะ ซาดากิจิ เจ้าสำนักดาบสายโฮะคุชินอิตโตริว อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พลเรือจัตวาแมทธิว แคลเบรธ เพอร์รี แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำกองเรือรบมาเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศค้าขายกับชาวตะวันตกอีกครั้งหลังจากโดดเดี่ยวตนเองมานานหลายร้อยปี ในระยะดังกล่าวเรียวมะได้ถูกชักจูงให้เกิดความรู้สึกรักชาติจากสำนักเรียนของซามูไรซึ่งสนับสนุนแนวคิดทางการเมืองกลุ่มซนโนโจอิ หรือ “เทิดทูนจักรพรรดิ ขับคนป่าเถื่อน”

เมื่อเรียวมะสำเร็จวิชาดาบและเดินทางกลับมาที่โทซะ เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มโทซะคินโนโท ซึ่งเป็นกลุ่มซามูไรระดับล่างหัวรุนแรงในแคว้นโทซะภายใต้การนำของทาเกจิ ซูอิซัง (มีอีกชื่อหนึ่งว่า “ทาเกจิ ฮัมเปตะ”) ผู้ยึดมั่นในแนวคิดเทิดทูนพระจักรพรรดิและต่อต้านรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ ทว่าเมื่อสถานการณ์บีบคั้นมากขึ้น เนื่องจากแนวทางการขับไล่ต่างชาติของซามูไรระดับล่างไม่ได้รับการตอบสนองจากชนชั้นปกครองในแคว้น ประกอบกับความขัดแย้งทางความคิดของเรียวมะซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางใช้ความรุนแรงของทาเกจิ เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากแคว้นโทซะ และใช้ชีวิตร่อนเร่ไปยังที่ต่าง ๆ ในฐานะโรนินหรือซามูไรไร้นาย

ในช่วงที่ใช้ชีวิตแบบโรนินอยู่นั้น ซากาโมโตะ เรียวมะได้เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในหมู่เกาะญี่ปุ่น และเมื่อเดินทางมาถึงเอะโดะ เขาก็ได้พบกับคัตสึ ไคชู ขุนนางระดับสูงของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะผู้มีหัวคิดก้าวหน้าและกำลังดำเนินการจัดตั้งกองทัพเรือขึ้นในเวลานั้น

 

ซามูไร เรียวมะ

 

เรื่องราวการพบกันระหว่างเรียวมะกับคัตสึที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายกล่าวว่า เรียวมะซึ่งเป็นโรนินที่มีความคิดแบบซนโนโจอิ ได้ตัดสินใจที่จะฆ่าคัตสึเพราะเห็นว่าสนับสนุนให้ชาวต่างชาติเข้ามาย่ำยีประเทศ แต่ในวันที่เขาลอบเข้าไปในจวนของคัตสึนั้น คัตสึได้ขอให้เรียวมะฟังแนวคิดที่เขามีต่อประเทศญี่ปุ่นเสียก่อนแล้วจึงค่อยฆ่าเขา ซึ่งนั่นก็คือแนวคิดการเรียนรู้วิทยาการและอารยธรรมให้เท่าเทียมกับตะวันตก แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างกำลังอำนาจของญี่ปุ่นระยะยาวด้วยกองทัพเรือที่เข้มแข็ง อันจะเป็นหลักประกันให้แก่เอกราชของญี่ปุ่นได้ เรียวมะเมื่อได้ฟังดังนี้แล้ว จึงกลับใจขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และทำงานเป็นทั้งผู้ช่วยและผู้คุ้มกันของคัตสึ ไคชู

อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานในอีกทางหนึ่งที่กล่าวถึงการพบกันระหว่างเรียวมะกับคัตสึที่แตกต่างออกไป ซึ่งระบุว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1862 เรียวมะกับพรรคพวกได้ขอเข้าพบมัตสึไดระ ชุงงากุ ไดเมียวแห่งแคว้นเอจิเซ็ง (ปัจจุบันแคว้นนี้คือจังหวัดฟูกูอิ) ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลโชกุน โดยผ่านการแนะนำจากจิบะ จูตาโร บุตรชายของจิบะ ซาดากิจิ ผู้เป็นครูดาบของเรียวมะ เพื่อหาทางให้เรียวมะได้พบกับคัตสึ[3][4] หลังจากนั้นในวันที่ 9 ธันวาคม ปีเดียวกัน เรียวมะพร้อมด้วยเพื่อน 2 คน คือ คาโดตะ ทาเมโนซูเกะ และคนโด โจจิโร จึงได้เข้าพบคัตสึพร้อมกับจดหมายแนะนำตัวจากมัตสึไดระ และได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของคัตสึในคราวนั้น

จะอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเรียวมะก็ได้ติดตามคัตสึ ไคชู และเข้ารับการฝึกหัดการเดินเรือที่ศูนย์ฝึกทหารเรือในหมู่บ้านโคเบะ (ปัจจุบันคือเมืองโคเบะ จังหวัดเฮียวโงะ) ซึ่งคัตสึได้จัดตั้งขึ้นตามแนวคิดการสร้างกองทัพเรือแบบชาติตะวันตก

 

ประวัติของโคซึกิ โอเด้ง

ประวัติของโคซึกิ โอเด้ง

 

 

โคซึกิ โอเด้ง

 

 

โคซึกิ โอเด้ง ปราสาทโอเด้งความจริงแล้วชื่อว่าปราสาทคุริที่ถูกเรียกแบบนั้นเพราะท่านโอเด้งหรือพ่อของโมโมโนะสึเกะเป็นที่รักของประชาชนเป็นอย่างมาก

เป็นลูกชายของโชกุนโคซึกิ สุกี้ยากี้

เคยต่อสู้กับอาชูร่า โดจิชายที่อันตรายที่สุดในวายร้ายทั้งหมดของดินแดนเเถบนี้(น่าจะหมายถึงเมืองคุริ) เมื่อในอดีต

ได้เป็นไดเมียวของเมืองคุริตอนอายุ 20 ปี

ถูกประหารที่เมืองหลวงดอกไม้และโดนประหารในฐานะอาชญากร

เป็นที่ชื่นชอบของหนวดขาวและโรเจอร์

 

โคซึกิ โอเด้ง

 

 

โคสึกิ โอเด้ง

พ่อของโมโมโนะสึเกะลูกชายของท่านโคสึกิ สุกี้ยากี้ โชกุนแห่งประเทศวาโนะคุนิในขณะนั้น

ในขณะที่อยู่ในวัยคะนองและร่างกายยังหนุ่มยังแน่น ท่านโอเด้งได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในเมืองหลวงดอกไม้ทุกวี่ทุกวัน

จนถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวงดอกไม้

ท่านโอเด้งได้เดินทางไปยัง คุริ เขตแดนที่ไร้กฏหมาย มีแต่อาชญากรและโรนินเต็มไปหมด ซึ่งมีอาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวันไม่ขาดสาย

ท่านโอเด้งที่ชอบตบตีทะเลาะวิวาท ได้ไปต่อสู้ครั้งใหญ่กับอาชูร่า โดจิ ชายที่อันตรายและแข็งแกร่งที่สุดในคุริ

และท่านโอเด้งก็สามารถชนะชายผู้ที่อันตรายที่สุดแห่งคุริลงได้ และได้ทำการจับพวกอันธพาลทั้งหลายทั้งแหล่เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

มาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ให้ทำงาน ให้เรียนรู้การสร้างอาคารและปราสาทคุริ ที่คนในคุริเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทโอเด้ง

และยังมีการสร้างหมู่บ้าน ท่าเรือและทำฟาร์มเพาะปลูกอาหารไว้กินเอง ทำให้คนในคุริมีความสุขมาก จนเรื่องดังกล่าวไปถึงหูท่านสุกี้ยากี้

ทำให้โคสึกิ โอเด้งถูกแต่งตั้งเป็นไดเมียวแห่งแคว้นคุริในวัยเพียง 20 ปี

ด้วยคุณงามความดีทั้งหมดนี้ ทำให้ท่านโอเด้งกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวคุริเป็นอย่างมาก

แม้แต่หนวดขาวยังถูกใจ..โรเจอร์ยังหลงใหล ซามูไรยอดฝีมือในวาโนะต่างยอมที่จะติดตามและรับใช้ท่านโอเด้งด้วยใจจริง

 

โคซึกิ โอเด้ง

 

 

ท่านโอเด้งได้ขึ้นเรือโอโร่แจ๊คสันเรือของโกล ดี โรเจอร์และไปที่ราฟเทลและพิชิตราฟเทลได้ด้วยกัน ทำให้ท่านโอเด้งเองก็เป็นอีกคนที่รู้ “ความลับและประวัติศาสตร์” ของโลกวันพีซ

แต่แล้วมาวันนึงไคโดและโชกุนโอโรจิก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อจะล้วงเอาข้อมูล “ความลับและประวัติศาสตร์” ของโลกวันพีซและได้จับท่านโอเด้งไปยังเมืองหลวงดอกไม้ในฐานะอาชญากร

พวกมันต้องการที่จะล้วงข้อมูลความลับจากท่านโอเด้งและเหล่าซามูไรผู้ติดตาม(พวก 9 ปลอกดาบแดง)

แต่ท่านโอเด้งไม่ได้บอกความลับของโลกวันพีซนี้กับใคร เพราะเขาคิดว่ายิ่งมีคนรู้มากขึ้น คนที่รู้ก็ยิ่งจะอันตรายซึ่งเป็นอย่างที่ท่านโอเด้งคิดไว้ไม่มีผิด

ท่านโอเด้งที่ไม่ได้ปริปากบอกอะไร ทำให้ท่านโอเด้งได้ถูกประหารที่เมืองหลวงดอกไม้

ทำให้วิชาการแกะสลักตัวอักษรลงบนหินที่ไม่สามารถทำลายได้ ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นในตระกูลโคสึกิตั้งแต่เมื่อ 800 ปีก่อนที่เรียกว่า “โพเนกลีฟ” ได้มาจบลงที่รุ่นของท่านโอเด้ง

ทำให้การสืบทอดวิธีการที่ใช้เขียนโพเนกลีฟที่จะต้องถูกสอนต่อให้กับลูกชายที่ชื่อว่าโมโมโนะสึเกะนั้นขาดสะบั้นลง

และตลอดเวลา 20 ปีไคโดกับโอโรจิก็ยึดและควบคุมวาโนะคุนิอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

แต่ในปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนกับเมื่อ 20 ปีนั้นแล้ว เพราะการมาของมังกี้ ดี ลูฟี่ที่เขาสัญญากับชาววาโนะคุนิเอาไว้ว่า..

จะทำให้ทุกคนในประเทศนี้กินอิ่มและไม่มีใครต้องอดอยากอีกต่อไปเพราะการกระทำของไคโดและโอโรจิ

ลูฟี่ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับท่านโอเด้งมาแล้วและลูฟี่เองก็ถูกใจท่านโอเด้งเป็นอย่างมาก

ซึ่งลูฟี่ถ้าสัญญาอะไรแล้วเขาจะทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จเขาก็จะทำให้สำเร็จให้ได้ นี่แหละนิสัยของว่าที่ราชาโจรสลัดคนต่อไป

โคสึกิ โอเด้งเป็นอีก 1 คนที่สามารถใช้ฮาคิราชันย์ได้

โอนิงุโมะ

โอนิงุโมะ

 

 

โอนิงุโมะ

 

 

โอนิงุโมะ เป็นตัวละครจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง วันพีซ

พลเรือโท โอนิงุโมะ เป็นหนึ่งในห้าพลเรือโท ที่นำทัพบัสเตอร์คอลในการโจมตีที่เอนิเอสล๊อบบี้

    โอนิงุโมะ เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมเป็นที่สุด จากตอนที่ทหารพยายามที่จะขัดคำสั่งของโอนิงุโมะที่จะโจมตีเรือลำหนึ่งที่มีทหารบนเรือ 1000 คนเพียงเพื่อที่จะเอาชีวิตของลูฟี่ โอนิงุโมะจึงตัดสินใจที่จะยิงทหารคนดังกล่าวทิ้งทันที โอนิงุโมะเต็มใจยอมเสียสละคนจำนวนหนึ่งเพียงเพื่อจะปราบสิ่งที่ ชั่วร้าย

 

โอนิงุโมะ

 

 

จากยศของโอนิงุโมะ ทำให้โอนิงุโมะสามารถนำทัพเรือเข้าโจมตีตามคำสั่งจากบัสเตอร์คอลได้

โอนิงุมะน่าจะมีพลังจากผลปิศาจสายโซอนทำให้เขาสามารถงอกแขนสีดำสามคู่ซึ่งมีลักษณะเหมือนแมงมุมออกมาจากหลังได้ จากแขนแมงมุมรวมกับแขนของเขาเอง ทำให้เขาสามารถใช้ดาบคัทลาสแปดเล่มได้ซึ่งคล้ายกับวิชาหกดาบของมนุษย์ปลาหมึก ฮัจจัง

โอนิงุโมะ แปลว่า แมงมุมยักษ์ เป็นชื่อของแมงมุมสายพันธุ์ Araneus ประเทศไทยเรียกแมงมุมสวน

หนึ่งใน 5 พลเรือโทบัสเตอร์คอลที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เอนิเอสล็อบบี้ มีฮาคิสังเกตและเกราะ น่าจะกินผลปีศาจสายโซออน โมเดลแมงมุมยักษ์เข้าไป ทำให้เขาสามารถต่อสู้โดยใช้ดาบทั้ง 8 เล่มทีเดียวได้

 

 

โอนิงุโมะ

 

 

แฮควาร์ ดี. เซาโล

แฮควาร์ ดี. เซาโล

 

แฮควาร์ ดี เซาโล

 

ฉายา พลโทคนยักษ์ ดี.เซาโล
สังกัด ศูนย์บัณชาการใหญ่กองทัพเรือรัฐบาลโลก
อายุ  —

ส่วนสูง ประมาณ 2890 cm
ตำแหน่ง  พลโท (Vice Admiral)
ผลไม้ปีศาจ —
อาวุธ พละกำลังมหาศาล
เพื่อน  พลเรือเอก อาโอคิยิ
เผ่าพันธุ์ เผ่าคนยักษ์ที่สืบสายเลือดแห่ง D.(มีความสามารถพิเศษและความรู้เกี่ยวกับผลไม้ปีศาจทุกชนิด)
แฮควาร์ ดี เซาโล
  แฮควาร์ ดี เซาโล(Vice Admiral Jaguar D. Saul)เป็น1ใน เผ่าพันธ์คนยักษ์ที่ปรากฏตัวพร้อมยศพลโทและเป็นคนแรกที่ปรากฏว่าสืบสายเลือด มาจาก D.ทำให้เราทราบว่าพวกดีเป็นกลุ่มคนที่มีปณิธานและแนวคิดร่วมกันจึงมารวมตัว กันหาใช่เป็นชื่อเผ่าพันธ์ เซาโลมีลักษณะเช่นเีดียวกับยักษ์โดยทั่วไปโดยมีร่างกายใหญ่โตและดูแข็งแรง และมักมีจุดเด่นบนใบหน้าและเซาโลก็มีจุดเด่นที่ผมและเคราที่ยาวต่อจากผมสี แดงเค้าเป็นคนที่ขี้อายและขี้เกรงใจแต่มีความภักดีให้กับหน้าที่การเป็นทหาร เรือของเค้ามากและเมื่อเค้ารู้ตัวว่าการช่วยเหลือโรบินเป็นการผิดต่อที่เค้า จึงยอมรับโทษต่ออาโอคิยิแต่โดยดี
พลเรือโท จอห์น ไจแอนท์ เป็นทหารเรือคนหนึ่งที่ประจำการที่ศูนย์บัญชาการ และเป็นหัวหน้าทหารเรือที่เป็นเผ่าพันธุ์คนยักษ์

จอห์น ไจแอนท์ เป็นเผ่าคนยักษ์ โดยที่ตัวเขานั้นสูงกว่าคนปกติหลายเท่า เขาใส่หมวกสีแดงมีสัญลักษณ์ของกองทัพเรือ ชุดคลุมของเขาจะต่างจากทหารเรือทั่วๆ ไป เสื้อของเขาจะมีสีเหลืองและมีเหรียญประดับหลายเหรียญอยู่ที่หน้าอกซ้าย เขาสวมใส่เสื้อคลุมทั้งตัวโดยสวมใส่ที่แขนด้วย ซึ่งแตกต่างจากทหารเรือทั่วๆ ไปที่มักจะพาดไว้ที่บ่าเฉยๆ จอห์น ไจแอนท์ สวมเสื้อเชิ้ตสีส้มไว้ข้างใต้อีกที

 

แฮควาร์ ดี เซาโล

 

จอห์น ไจแอนท์ยังถือดาบขนาดใหญ่เทียบเท่ากับตัวของเขาเอง โดยที่พาดไว้ที่บ่า

  • ชื่อและยศของ จอห์น ไจแอนท์ นั้นบอกในหนังสือ One Piece Yellow
  • จอห์น ไจแอนท์เป็นคนที่สองของทหารเรือที่เป็นเผ่าคนยักษ์ โดยที่คนแรกคือ แฮควาร์ ดี เซาโล และทั้งสองคนก็เป็น พลเรือโททั้งคู่

ซันจิ (Sanji)

ซันจิ (Sanji)

 

ซันจิ sanji

 

ซันจิ – Sanji

เขาคือกุ๊กของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และเป็น “ลูกเรือคนที่ 4” ที่ลูฟี่ชวนเข้ากลุ่มที่ภัตตาคารลอยทะเลบาราติเอ

อายุ :21 ปี

วันเกิด : 2 มีนาคม

ส่วนสูง : 180 ซม.

ค่าหัว : 177 ล้านเบรี อ้างอิงจากมังงะตอนที่801และถูกประให้จับเป็นเท่านั้น

ฉายา : “ขาดำซันจิ”

ผลปิศาจที่กินเข้าไป : ไม่มี

สีประจำตัว : สีฟ้า

เปรียบได้กับสัตว์อะไร : เป็ด

กลิ่นประจำตัว : กลิ่นบุหรี่และกลิ่นอาหารทะเล

เครือญาติที่ปรากฏในเรื่อง : ตระกูลวินสโมค

 

 

ซันจิ sanji

 

 

เกี่ยวกับซันจิ

โดยทั่วไป ซันจิเป็นคนขี้หลี ชอบจีบผู้หญิง และให้เกียรติสุภาพสตรีอย่างแรงกล้า แต่ก็เป็นคนที่ยึดมั่นในกฎของโจรสลัดไม่แพ้โซโล ความฝันของซันจิ ซึ่งสืบทอดมาจากเซฟขาแดง คือการตามหา “ออลบลู” แหล่งน้ำที่มีสัตว์ทะเลทุกชนิดทั่วโลกมาอยู่รวมกัน เขาเป็นคนสุดท้าย ที่จัดอยู่ใน “สามสัตว์ประหลาด”(Monster Trio) ประจำกลุ่ม (อีกสองคนคือลูฟี่และโซโล)

ความสามารถของซันจิ

ซันจิได้ฝึกวิชาการเตะมาจากเซฟขาแดง  ในการต่อสู้ เขาจะใช้เพียงขา ไม่ใช้มือเด็ดขาด เนื่องจากเป็นกฎของการเป็นกุ๊ก ที่มีมือไว้เพื่อทำอาหารเท่านั้น ในระยะหลัง ซันจิสามารถหมุนขาด้วยความเร็วสูง ทำให้ขาร้อนจนกลายเป็นสีแดง เพิ่มความเร็วและพลังโจมตีอย่างมาก ท่าดังกล่าวเรียกว่า “เดียโบล แจมบ์” (ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ขาปิศาจ)ชื่อท่าของซันจิ มักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจุดที่เตะ และลักษณะการเตะ โดยจะเหมือนกับชื่ออาหาร หรือชื่อของเนื้อส่วนต่างๆที่นำมาทำอาหาร

ซัน จิเป็นพ่อครัวมือเอกรองจาก”เชฟ”ในภัตตาคารบาราติเอ โดยทั้งคู่มีความหลังร่วมกัน โดยเมื่อ 9 ปีก่อน เซฟ(ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าโจรสลัดขาแดง ผู้มีวิชาเตะเป็นหนึ่ง) ได้โจมตีเรือเดินทะเลซึ่งซันจิได้ทำงานเป็นพ่อครัวฝึกหัดขณะนั้น ในขณะที่กำลังบุกปล้น ปรากฏว่ามีพายุพัดเข้ามาทำให้ซันจิตกเรือไป โดยเซฟได้กระโดดลงน้ำตามไปช่วยซันจิ ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรอดจากการจมน้ำมาได้ แต่ทั้งคู่ได้ขึ้นมาติดชะง่อนหินด้วยกันกลางทะเล ไม่มีสัตว์ ไม่มีผัก ไม่มีอาหาร และยังคงเป็นหินที่สูงจากระดับน้ำทะมากเกินกว่าที่จะตกปลามากินได้ โชคยังดีที่เซฟได้หยิบอาหารติดมาสองถุง โดยตกลงว่าจะแบ่งอาหารกันกิน ซันจิได้ถุงเล็กและเซฟได้ถุงใหญ่ไป เซฟยังคงสั่งให้ซันจินั่งอยู่ตรงข้ามของเกาะเพื่อสังเกตเผื่อมีเรือผ่านมา วันคืนผ่านไปหลายวันไม่มีทีท่าว่าจะมีเรือผ่านมา อาหารของซันจิเริ่มร่อยหรอลง เมื่ออาหารของซันจิได้หมดลง ซันจิจึงวางแผนจะฆ่าเซฟแล้วแย่งอาหารมาเมื่อสังเกตเห็นเห็นว่าถุงอาหารของ เซฟยังคงเต็มอยู่ ซันจิได้เข้าไปแย่งอาหารแล้วได้รู้ว่าถุงอาหารของเซฟทั้งหมดมีแต่ทรัพย์ สมบัติ ไม่มีอาหารเลยซักนิดเดียว ซันจิจึงรู้ไดว่าเซฟได้แบ่งอาหารที่มีทั้งหมดไว้ให้ซันจิคนเดียว มากไปกว่านั้นเมื่อซันจิได้เห็นขาของเซฟแล้วรู้ว่าเซฟตัดขาตัวเองกิน (ในฉบับหนังการ์ตูน เซฟสูญเสียขาตอนที่ช่วยซันจิจากการจมน้ำ) หลังจากนั้นซันจิได้สาบานกับตัวเองว่าจะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารบนทะเลแห่งนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ต้องการให้มีผู้คนที่ต้องทนหิวกลางทะเลอีกต่อไป หลายวันต่อมาได้มีเรือผ่านมาและได้ช่วยเหลือทั้งคู่จากความตาย

 

ซันจิ sanji

 

ใน ภัตตาคารบาราติเอ เซฟและซันจิได้ทะเลาะกันตลอดเวลา โดยเซฟเรียกซันจิว่าเด็กน้อย ขณะที่ซันจิเรียกเซฟว่าไอ้เฒ่า (ในอะนิเมะซันจิเรียกว่าตาแก่ขี้ตืด) เซฟบอกซันจิตลอดเวลาว่าฝึมือทำอาหารของซันจิห่วยไม่เข้าขั้นมาตลอด ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน ซันจิสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะช่วยเซฟเปิดร้านอาหารตลอดชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่ง ดอนครีกและกลุ่มโจรสลัดปรากฏตัวขึ้นและประกาศจะยึดครองบาราติเอ ซันจิและพ่อครัวคนอื่นได้ต่อสู้ป้องกันบาราติเอ โดยในขณะนั้น ลูฟี จากกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้อยู่ที่ภัตตาคารพอดี และได้ช่วยขับไล่ดอนครีกไป ลูฟีชักชวนให้ซันจิขึ้นเรือเป็นพ่อครัวประจำเรือและไปตามหา “ออลบลู” (ซึ่งเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของซันจิและของเซฟ เป็นชื่อทะเลที่มีปลาอยู่ทุกประเภท) แต่ซันจิตัดสินใจหนักแน่นว่าจะไม่ทิ้งเซฟและบาราติเอไป เซฟเห็นดังนั้นจึงวางแผนกับพ่อครัวทุกคนในบาราติเอให้ทำท่าโกรธซันจิอย่าง แรงและแกล้งบอกว่าซุปรสชาติไม่ได้เรื่อง ซันจิโมโหมากที่เห็นว่าทุกคนเทอาหารของเขาทิ้งและหาว่าอาหารไม่อร่อย แต่เมื่อซันจิมารู้แผนของเซฟทีหลังและได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ อยากให้ซันจิตามความฝันไป ซันจิได้ก้มกราบขอบคุณเซฟและทุกคนด้วยน้ำตา และได้ลงเรือไปกับลูฟีไป

ฮัมมิ่ง บรู๊ค

ฮัมมิ่ง บรู๊ค

 

ฮัมมิ่ง บรู๊ค

 

 

ฮัมมิ่ง บรู๊ค 

ฮัมมิ่ง บรู๊คเคยเป็นพวกพ้องของกลุ่มโจรสลัด รัมบะ ซึ่งเป็นกลุ่มของนักดนตรี มารวมตัวกัน และล่องเรือไปตามแกรนด ไลน์ จาก ทะเล เวสท์ บลู มา มากกว่า 50 ปีแล้ว และได้ถูกตามโดย ลาบูน ซึ่งเป็นปลาวาฬ และเป็นปลาวาฬที่ติดใจ อาโฟร ของบรู๊ค

บรู๊คสัญญาว่า เมื่อไปล่องเรือที่ แกรนด์ไลน์แล้ว เขาจะต้องกลับไปเจอลาบูนแน่ๆ และให้ลาบูนรอที่เขา รีเวิร์ส เมาน์เทน เพราะว่าแกรนด์ไลน์เป็นที่ๆ อันตรายเกินไปสำหรับปลาวาฬตัวน้อยๆ หลังจากที่ได้ไปที่ ฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล กลุ่มโจรสลัดรัมบะ ถูกโจมตีจากศัตรูที่ไม่รู้จัก เพราะเขากินผล โยมิ โยมิ โนมิ ซึ่งเป็นผลปีศาจชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดใหม่ได้ หลังจากที่ได้ตายแล้ว วิญญาณของบรู๊คจึงย้อนกลับมาที่แกรนด์ไลน์ เขาหลงทางเพราะหมอกหนาของฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล เมื่อเขาเจอร่างของเขา ซึ่งไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากโครงกระดูก และผมทรงอาโฟร จึงได้เป็นโครงกระดูกที่เดินได้ ก่อนที่หมวกฟางจะมาถึง เขาถูกขโมยเงาโดย “เกกโค โมเรีย” ซึ่งขโมย เงาของบรูคไปไว้ที่ ซามูไรที่ชื่อว่า ริวมะ และเนื่องจากเขาไม่สามารถโดน แสงอาทิตย์ได้เพราะเขาไม่มีเงา เขาจึงหลบอยู่ในฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล ที่มีหมอกหนาบังแสงอาทิตย์อยู่ และหลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

บรู๊คไม่ได้มีความฝันว่าจะได้ไปให้สุดแกรนด์ไลน์ แต่เขาต้องการจะไปข้างหน้าของแกรนด์ไลน์ เพื่อไปเจอกับปลาวาฬลาบูน ที่เขาสัญญาไว้ว่าจะกลับไปหา และเล่าเรื่องการผจญภัยของกลุ่มโจรสลัด รัมบะ และเล่นเพลงสุดท้ายที่กลุ่มโจรสลัด รัมบะเล่นไว้ก่อนจะตายให้ลาบูนได้ฟัง ซึ่งถูกอัดไว้ในโธนไดอัล เขากลัวว่าลาบูน จะจำเขาไม่ได้ เนื่องจากตอนนี้เขาเป็นโครงกระดูกไปแล้ว และไม่มีอาโฟร เขาจึงทำทุกอย่างที่จะปกป้อง อาโฟรของเขา และทำให้เขา เสียเปรียบ เพราะศัตรูจะเล็งแต่อาโฟรของเขา เช่น ตอนที่สู้กับริวมะ

 

 

ฮัมมิ่ง บรู๊ค

 มีรูปร่างเป็นโครงกระดูก และมีผมทรงแอพโฟ่
มีความสามารถดนตรี เล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิดอย่างมือโปร
มุขแป๊กตลอด
เขาสามารถรักษาตัวเองได้ด้วย นม
กระโหลกของบรูค สามารถเปิด-ปิด ได้ด้วย และสามารถใช้เป็นที่เก็บของ และนั่นเป็นที่ๆ เขาเก็บ โธน ไดอัล เอาไว้
บรู๊ค เป็นนักดาบและนักดนตรี เขาสามารถใช้พลังของดาบของเขาร่วมกับเสียงของไวโอลิน เพื่อใช้พลัง ของเสียงโจมตี บรูคเคยเป็นนักสู้มาก่อน และเป็นผู้ดักซุ่มโจมตี ของราชอาณาจักรแห่งหนึ่ง เพราะเขาเป็นโครงกระดูก เขาจึงมีความเร็วที่คล่องแคล่ว และสามารถกระโดดได้สูงมาก เพราะเขาตัวเบา ตัวเขาเบามาก จนขนาดวิ่งบนน้ำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาตกน้ำเขาจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ เพราะเขามีพลังของผลปีศาจ
หลังจากที่พวกลูฟี่สามารถปราบ เก็กโค โมเลีย หนึ่งใน “เจ็ดเทพโจรสลัด” ลงได้ บรู๊คก็ได้เงากลับคืนมาและได้ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับพวกลูฟี่ เพราะเขาต้องการที่จะพบกับปลาวาฬลาบูน แต่ต้องร่วมเดินทางวนรอบโลกใหม่ก่อน (ครึ่งหลังของแกรนด์ไลน์) ในตอนที่ถูกคุมะใช้พลังวาร์ปไปที่เกาะแห่งหนึ่งในแกรนด์ไลน์ที่คนของเกาะถูก เผ่าแขนยาวจับตัวไปโชว์ บรู๊คได้ช่วยคนบนเกาะไว้แต่ได้ข่าวเรื่องสงคราม พร้อมกับเรื่องที่ลูฟี่เสียพี่ชายไป จึงพยายามไปยังที่รวมตัวกันอีกครั้ง แต่ถูกถูกเผ่าแขนยาวจับตัวไปโชว์แทน ตอนอยู่ในการแสดงโชว์กระดูกเดินได้ ได้รับข้อความจากลูฟี่จที่ส่งข่าวผ่านทางหนังสือพิมพ์โดยใช้รหัสลับ ว่าให้พบกันในอีก 2 ปี ที่หมู่เกาะชาบอนดี้ ตลอด 2 ปีบรู๊คได้เป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลก โซลคิง ในตอนการแสดงครั้งสุดท้ายบรู๊ค ได้ทิ้งชื่อเสียงและแฟนคลับไปหากลุ่มโจรสลัดหมวกฟางอีกครั้งมุ่งหน้าสู่เกาะเงือก เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่โลกใหม่ บรู๊คจึงได้เป็นสมาชิกคนล่าสุดของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง
ฮัมมิ่ง บรู๊ค
ท่าไม้ตาย
ฮัมเพลงสามก้าวดาวดิ้น ท่าฟันปลายคันศร
ถอดวิญญาณออกจากร่าง
ปาร์ตี้มิวสิค
คินโตเทียส แฟนตาเซีย
ท่าฟันปลายคันศร
บทเพลงนิทรา
ท่าฟันลำแสง
ท่าฟันเย็นเยือก

แฟรงกี้

แฟรงกี้ 

 

แฟรงกี้

 

 

แฟรงกี้ – Franky

“ลูกเรือคนที่ 7” และเป็นช่างซ่อมเรือของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ก่อนจะเข้ากลุ่ม เป็นหัวหน้าแก๊งในเมืองวอเตอร์เซเว่น ทำหน้าที่แยกชิ้นส่วนเรือ โจรสลัดไปขาย และเป็นนักล่าค่าหัวเสริมด้วย

อายุ :36 ปี

วันเกิด : 9 มีนาคม

ส่วนสูง : 240 ซม.

ค่าหัว : 44 ล้านเบรี

ฉายา : “ไซบอร์ก”

ผลปิศาจที่กินเข้าไป : ไม่มี

สีประจำตัว : สีฟ้าอ่อน

เปรียบได้กับสัตว์อะไร : กระทิง

กลิ่นประจำตัว : โคล่า

เครือญาติที่ปรากฏในเรื่อง : พ่อบุญธรรม (ทอม) , พี่บุญธรรม (ไอซ์เบิร์ก)

 

 

แฟรงกี้

 

แฟรงกี้มีชื่อเดิมว่า คัตตี้-แฟลม (คาติฟูแลม) เนื่องจากเขาถูกทิ้งจากเรือโจรสลัด ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทอมก็เก็บมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และถ่ายทอดวิชาความรู้การช่างให้

แฟรงกี้เป็นคนนิสัยสบายๆ  ขี้โวยวาย และเจ้าน้ำตา แต่โดยปกติแล้ว เขาจะถูกมองเป็นเหมือนพวกวิตถาร เพราะชอบใส่กางเกงในตัวเดียว

ความฝันของแฟรงกี้คือได้สร้างเรือที่แข็งแกร่ง จนสามารถฝ่าไปจนถึงสุดขอบโลก ผลงานของเขาคือเรือ “เธาแซนด์ ซันนี่”ซึ่งเขายอมรับหน้าที่เป็นช่างให้กลุ่มลูฟี่ และสัญญาว่าจะคอยดูแลเรือลำนี้ให้แข็งแกร่งได้ตลอดไป

 

แฟรงกี้

 

 

ความสามารถของแฟรงกี้

จากการที่ถูกรถไฟพัฟฟิ่งทอมแล่นชน ทำให้เขาต้องดัดแปลงตนเองเป็นไซบอร์ก เพื่อไม่ให้ตนเองต้องตาย แฟรงกี้จึงมีร่างกายที่แข็งแกร่ง และมีพละกำลังมหาศาล มีอาวุธแปลกๆติดตามส่วนต่างๆของร่างกาย ข้อเสียของแฟรงกี้ คือบริเวณด้านหลัง ยังเป็นร่างเนื้ออยู่ จึงไม่สามารถทนต่อการโจมตีได้มากนัก อีกทั้งแฟรงกี้ยังต้องใช้โคล่าเป็นเชื้อเพลิงในการต่อสู้และใช้อาวุธ หากโคล่าหมด แฟรงกี้จะไม่ค่อยมีแรง และใช้อาวุธไม่ได้

แฟรงกี้ หรืออีกชื่อจริงคือ คัตตี้ แฟลม เป็นนักแยกชิ้นส่วนเรือ เป็นชายที่ใส่แว่นกันแดดมีโซ่ที่คอ มีผมสีฟ้าทำทรงรีเจนกับใส่กางเกงในตัวเดียว โดนหาว่าโรคจิตประจำ กับชอบดื่มโคล่าเป็นชีวิตจิตใจ เน้นต่อสู้แบบต่อยมวยกับใช้อาวุธในร่างกายเพราะร่างเป็นไซบอร์ก อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าพวกแก๊งในเมืองวอเตอร์เซเว่น ในใจลึกๆแล้วแฟรงกี้ทำเพื่อปกป้องเมืองที่ตนรักเท่านั้น แฟรงกี้มีอดีตอันเจ็บปวดที่เกิดกับผู้มีพระคุณของเขา และเนื่องจากเหตุการณ์ในอดีต เป็นลูกของโจรสลัดแต่ครอบครัวรับไม่ไหวกับนิสัยของตนจนถูกทิ้งไว้ที่สุสานเรือ ได้ทอมรับเลี้ยงเป็นช่างต่อเรือ เพราะเห็นพรสวรรค์ที่สร้างปืนใหญ่จากซากเรือแค่ไม่ถึงวัน หลายปีผ่านไปพวกเรือที่ตนสร้างได้ทำให้ทอมถูกใส่ร้ายความผิด แล้วแฟรงกี้ไปช่วย โดนยืนขวางขบวนรถเดินทะเล แต่ก็โดนชนเต็มๆ จนร่างแฟรงกี้ลอยกลางทะเลจนพบเรือล้างกับขึ้นไป เพื่อความอยู่รอดเขาจึงต้องดัดแปลงตัวเองไปเป็นไซบอร์กยกเว้นส่วนหลังเพื่อยืดชีวิตจากซากเรือ (ซึ่งจะได้รับพลังงานมาจากโคล่า ใส่โคล่าไว้ในท้อง 3 ขวด แล้วท้องจะสูบโคล่าเป็นพลังงาน เมื่อผมด้านหน้าทีตั้งห้อยลงแปลว่าพลังงานหมดต้องเปลี่ยนขวดโคล่า 3 ขวดเพื่อชาร์จใหม่ตลอด แต่ถ้าใส่เครื่องดื่มประเภทอื่นหรือซอสจะทำให้อ่อนแอกับนิสัยเปลี่ยนไปด้วย) เปลี่ยนชื่อเป็นแฟรงกี้ กับเลิกเป็นช่างต่อเรือหันมาแยกชิ้นส่วนเรือกับล่าค่าหัวโจรสลัดเพื่อปกป้องเมืองกับชักชวนพวกนักเลงทั่วเกาะกับคนอดอยากมาสร้างตระกูลแฟรงกี้เพื่อช่วยเกาะ แต่แฟรงกี้ก็เขียนแบบแปลนเรือของตัวเองขึ้นมาพอทำเสร็จ กับสนใจไม้อดัมที่มีมูลค่าถึง 200 ล้าน จึงหาทางหาเงินจึงไปพบเงินของกลุ่มหมวกฟาง กับชิงมาจากอุซป ทำให้อุซปกับลูฟี่ทะเลาะกัน พอแฟรงกี้เจออุซปอีกครั้งกับเตือนสติอุซปเรื่องเรือจนอุซปเข้าใจ แต่ทั้งคู่ก็ถูกจับไป เพราะแฟรงกี้มีแบบแปลนอาวุธโบราณ “พลูตัน” ที่รัฐบาลโลกต้องการและได้เผาทำลายไปในเหตุการณ์ที่เกาะเอนิเอสล็อบบี้ช่วยกลุ่มหมวกฟางชิงตัวโรบินกลับมาจากนั้นสร้างเรือให้ โดยแฟรงกี้มีค่าหัว กับถูกตระกูลแฟรงกี้ขโมยกางเกงในไปให้ลูฟี่ กับชักชวนซึ่งแฟรงกี้ไม่เอาเพราะยังโทษตัวเองในอดีต พอทุกคนบนเกาะพูดจนแฟรงกี้เข้าใจจึงร่วมกลุ่มไป ปัจจุบันเป็นช่างซ่อมเรือประจำกลุ่ม หลังจากจบสงครามแฟรงกี้คิดไปหาเรือดำน้ำที่ภูเขาในศูนย์วิจัย แต่ไปพบเอกสารของเวก้าพังค์ กับเผลอไปกดปุ่มระเบิด เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นสัญลักษณ์โจรสลัด ทำภูเขาระเบิดภูเขาจนร่างกายไม่เหลือส่วนเดิม แต่โชคดีหนีมาทันกับกับเอกสารหนีมาได้บางส่วนศึกษาวิจัยงานต่อบนเกาะ ตอนออกจากที่พักครั้งแรกเอาหนังเสือมาคลุมกับเผลอทำตัวเองไฟใหม้ จนทหารเรือเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจ 2 ปี ต่อมาดัดแปลงตัวเองจนกลายเป็นหุ่นยนต์ ยกเว้นส่วนหลังที่ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ กับหัวโล้น แต่เมื่อมาที่แต่ละเกาะจะกดจมูกเพื่อให้ผมยาวกับทำทรงหลากหลายแบบ โดยติดอาวุธไปทั่วร่างท่อนบน กับติดตั้งเรือกับพาหนะไว้ที่เรือ สู้ชนะซินญอร์ พิงค์ จนค่าหัวเพิ่มขึ้นโดยภาพค่าหัวเป็นรูปแฟรงกี้โชกุน กับไม่พอใจที่ค่าหัวตนไม่ถึงร้อยล้าน กับแค้นที่อุซปค่าหัวสูงกว่า