สกิล ฮัมมิ้ง บรู๊ค 

สกิล ฮัมมิ้ง บรู๊ค

 

สกิล ฮัมมิ้ง บรู๊ค

 

อายุ : 50+

สังกัด : กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง   หน้าที่บนเรือ : นักดนตรี

วันเกิด : 24 ธันวาคม

ค่าหัว : 33,000,000

ความถนัด : ดนตรี-มุขแป๊ก

ความฝัน : อยากพบลาบูนอีกครั้ง

ผลปีศาจ : ผลโยมิ โยมิ [ความสามารถ: คืนชีพ]

ข้อมูลบรู๊ค

ปรากฎครั้งแรก ในแกรนด์ไลน์ที่ “ฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล” และเขาเคยเป็น พวกพ้องของกลุ่มโจรสลัด รัมบะ ซึ่งเป็นกลุ่มของนักดนตรี มารวมตัวกัน และล่องเรือไปตามแกรนด ไลน์ จาก ทะเล เวสท์ บลู มา มากกว่า 50 ปีแล้วและได้ถูกตามโดย ลาบูน ซึ่งเป็นปลาวาฬ และเป็นปลาวาฬที่ติดใจ อาโฟร ของบรูค บรู๊คสัญญาว่า เมื่อไป ล่องเรือที่ แกรนด์ ไลน์แล้ว เขาจะต้องกลับไปเจอ ลาบูนแน่ๆ และ ให้ลาบูนรอที่เขา รีเวิร์ส เมาน์เทน เพราะว่า แกรนด์ไลน์เป็นที่ๆอันตราย เกินไปสำหรับ ปลาวาฬตัวน้อยๆ หลังจากที่ได้ไปที่ ฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล กลุ่มโจรสลัดรัมบะ ถูกโจมตี จากศัตรู ที่ไม่รู้จัก เพราะเขากิน ผล โยมิ โยมิ โนมิ ซึ่งเป็นผลปีศาจชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้ เกิดใหม่ได้หลังจากที่ได้ตายไปครั้ง หนึ่งแล้ว วิญญาณของ บรู๊คจึงถูก ย้อนกลับมาที่แกรนด์ไลน์ และเขาได้หลงทางเนื่องจาก หมอกหนาของ ฟลอเรี่ยน ไทรแองเกิ้ล หลังจากนั้น เขาก็เจอตัวของเขา ซึ่งไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจาก โครง

ฮัมมิ่ง บรู๊ค (Hamming Brook) มีตำแหน่งเป็นนักดนตรีประจำเรือและเป็นนักดาบประจำกลุ่ม ในอดีตเคยเป็นหน่วยจู่โจมพิเศษของประเทศหนึ่งใน ทะเลเวสบลู(ก่อนออกเดินทางกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์และรักในเสียงดนตรีออกตามหาดินแดนแห่งเสียงเพลง) ซึ่งบลู๊คมีตำแหน่งเป็น หน่วยจู่โจม(เรเควี่ยมบัลทูคอล) ซึ่งเค้าใช้เพลงดาบ(ฮัมเพลงสาม ก้าวดาวดิ้น;ท่าฟันปลายอักษร)เป็นเอกลักษณ์ในการกำหราบศัตรูแต่สุดท้ายก็ละทิ้งการฆ่าฟันมุ่งสู่เส้นทางแห่งโจรสลัด ผู้รักเสียงดนตรีและความสงบ ก่อนจะพบจุดจบอันน่าเศร้า

 

สกิล ฮัมมิ้ง บรู๊ค

 

ผลปีศาจ

-ผล โยมิ โยมิ : ผลคืนชีพเป็นมนุษย์วิญญาณอมตะ มีความสามารถโดยหลักคือการทำให้ผู้ครอบครองพื้นชีวิตอีกครั้งหลังความตายได้โดยการฟื้นคืนชีพอีกครั้งบางอย่างของความเป็นมนุษย์จะสูญเสียไปเช่น ความเจ็บปวด หรือการเสียความทรงจำบางส่วนไป เมื่อตายวิญญาณของเจ้าของร่างจะล่องลอยไปยังนรกและจะกลับคืนสู่ร่างเจ้าของโดยอัตโนมัติซึ่งหากร่างเสียหายหรือผุพังพลังจากผลปีศาจจะส่งพลังให้ จิตวิญญาณมีพลังเพียงพอที่จะสนับสนุนร่างให้กลับคืนมาเพียงพอที่จะขยับได้อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งกล้ามเนื้อในการขยับร่างกาย หรือการที่เมื่อมีส่วนหนึ่งของร่างกายหลุดหายไปพลังจะดึงดูดส่วนนั้นให้กลับมารวมกันอีกครั้ง พลังผลปีศาจของบลู๊คนั้นจัดว่าเป็นพลังผลปีศาจที่ไม่ธรรมดาเพราะตัวตนของบลู๊คคือวิญญาณและพลังผลปีศาจก็แซกซึมอยู่ในตัวของเค้า เมื่อบลู๊คมีจิตใจที่เข้มแข็ง เค้าสามารถละทิ้งร่างกายที่เป็นเหมือนบ้านเพื่อล่องลอยไปและจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งช่วงเวลาในการถอดวิญญาณของเค้าน่าเสียดายที่มันไม่มีพลังในการโจมตีจึงใช้ได้ดีในการสำรวจและหลบหลีกเท่านั้น

สกิลต่างๆ

-ฮัมเพลงสามก้าวดาวดิ้น ท่าฟันปลายอักศร : การโจมตีที่เยือนเย็นไร้ซึ่งจิตสังหารเป็นการโจมตีที่รวดเร็วแน้แต่มนุษย์ธรรมดายังไม่รู้เลยว่าโดนฟันเข้าไปตอนไหนจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อโดนฟันเข้าไปแล้ว ท่านี้ผู้ใช้จะชักดาบออกมาและเดินเข้าคู้ต่อสู้และเดินผ่านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเก็บดาบเข้าฝัก ศัตรูจะถูกฟันโดนที่ไม่รู้ตัวและบาดเจ็บสาหัด

-โอเวอร์โดคู ดรอยด์ : เป็นกระบวนท่าดาบที่ใช้ดาบแทงออกไปเป็นเส้นตรงอย่างรวดเร็วซึ่งท่านี้บรู๊คในร่างของริวมะนำมาใช้มีพลังทะลวงที่สูงมาก

-พลีลูด โอเพล : ท่านี้รู้สึกว่าเป็นท่าทำลายอาวุธจะเป็นการโจมตีที่หนักหน่วงและรวดเร็วโจมตีใส่อาวุธของศัตรูดาบธรรมดาๆอาจหักได้

-กาวอนบอทนาเวน : พุ้งตัวเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็วเป็นท่าฟันที่หวังให้ศัตรูตายในครั้งเดียวมีพลังในการฟันที่สูงมาก ซึ่งนี้บลู๊คในร่างของริวมะนำมาใช้

-สวอลโล่ โบนนาบันล์ : เป็นกระบวนท่าแทงอีกเช่นกันซึ่งท่านี้บรู๊คนำมาใช้โจมตีเจ้าตัวหุ่นยนที่มีรูปร่างเหมือนบาโซโลมิวคุมะ ( จำชื่อไม่ได้ ) มีพลังขนาดที่ว่าแทงเข้าเกราะของมันได้แต่ไม่ทะลุ

-คินโตเทียส แฟนตาเซีย : ท่าฟันอย่างรวดเร็วสามารถพุ้งเข้าฟันศัตรูนับสิบๆคนได้ในพริบตาเดียวการโจมตีแต่ละครั้งจะโดนฟันตรงสำคัญเสมอ

-โซล โซลิด : เจ้าตัวบอกว่าได้นำความหนาวเย็นจากอีกโลกนึกมาเคลือบไหว้ที่ดาบอีกโลกนึกที่ว้าคงจะเป็นเป็นความตายด้วยเหตุนั้นดาบของบรู๊คจึงมีความเย็นสูงจนสามารถแช้แข็งสิ่งที่สัมผัสมันได้ง้ายๆเลย

 

สกิล ฮัมมิ้ง บรู๊ค

 

-บทเพลงแสงสว่าง บริซซาร์ดคัท : อีกหนึ่งท่าโจมตีที่เยือกเย็นกระบวนท่านี้เป็นการโจมตีที่รวดเร็วซึ่งการโจมตีแต่ละครั้งของบรู๊คจะโจมตีศัตรูด้วยความเยือกเย็นไร้ซึ่งจิตสังหารทำให้บรู๊คสามารถโจมตีศัตรูโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวได้ไม่รู้เลยว่าโดนโจมตีเข้าไปตอนไหนจะรู้ก็ต่อเมื่อโดนเข้าไปแล้วซึ่งท่านี้เมื่อฟันศัตรูตรงจุดที่โดนฟันจะกลายเป็นน้ำแข็งแม้แต่เลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลของเป้าหมายก็จะกลายเป็นน้ำแข็งด้วย

-กาบอนเต้บอนท์ เอนอแวนท์ : กระบวนท่าฟันที่ใช้ความเย็นเคลือบดาบเอาไว้ทำให้ดาบมีความเย็นสูงจนสิ่งที่ถูกฟันกลายเป็นน้ำแข็ง

-บทเพลงวาด ฮิโทโยกิริ : กระบวนท่าฟันอย่างรวดเร็วฟันศัตรูออกเป็นสามท้อนในพริบตา

-โซล พาราโด : เป็นกระบวนท่าป้องกันโดนการตั้งดาบไว้ด้านหน้าป้องกันการโจมตีจากศัตรูดาบที่ของตนเองจะถูกเคลือบด้วยความเย็นสิ่งที่โดนดาบนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งทันที

-โซลพาเหรด ไอส์บาร์น : กระบวนท่าที่สามารถปล่อยความเย็นจากดาบแช้แข็งพื้นรอบตัวในบริเวณไกล้ๆทำให้พื้นกลายเป็นน้ำแข็งและลื้นมาก

-บทเพลงกล่อมนิดทรา : การใช้ดาบเสียดสีกับไวโอลีนทำให้เกิดเสียงเพลงเมื่อใครก็ตามที่ฟังบทเพลงนี้จะรู้สึกง้วงและหลับในทันที

พลเอก คุซัน อาโอคิจิ

พลเอก คุซัน อาโอคิจิ 

 

ข้อมลู

 

  พลเอก คุซัน อาโอคิจิ  มนุษย์น้ำแข็งจากเรื่องวันพีซ บุคลิกของ คุซัน อาโอคิจิ  ดูเป็นคนเรื่อยเฉื่อยมีผ้าปิดตาคาดอยู่บนหน้าผากแต่กลับมีความยุติธรรมใน ระดับที่น่ายกย่องที่สุด ในบรรดาพลเรือเอกทั้งสามและเป็นอีกหนึ่งคนที่สามารถออกคำสั่งบัสเตอร์คอลได้โดยเขาเป็นทหารเรือระดับสูงอีกคนหนึ่งที่ผ่านการเคี่ยวเข็ญของเซ็ตโต้ คุซัน อาโอคิจิ มีฮาคิคุณสมบัติแห่งเกราะในระดับแข็งแกร่งและยังได้รับพลังจากผลน้ำแข็ง “ฮิเอะ ฮิเอะ” ผลปิศาจสายโรเกียสามารถเปลี่ยนร่างเป็นน้ำแข็ง สร้างอาวุธทั้งดาบและธนูจากน้ำแข็งและแช่แข็งศัตรูได้เพียงการสัมผัส

จุดอ่อนของผู้มีพลังพิเศษจากผลปิศาจคือ น้ำทะเล แต่พลังน้ำแข็งของ คุซัน อาโอคิจิ สามารถเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำแข็งได้จึง กลายเป็นจุดเด่นในบรรดาผู้มีพลังพิเศษและไม่ต้องกังวลหากต้องต่อสู้บนทะเล
คุซัน อาโอคิจิ ปรากฏตัวพร้อมกับการต่อสู้กับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางซึ่งเขาสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายแสดงถึงความแตกต่างด้านพลังแต่ก็ไม่คิดจะฆ่าหรือจับกุมแต่อย่างใด เขายังเตือนพวกลูฟี่ว่าสักวันหนึ่งโรบิ้น ซึ่งเขาเคยปล่อยให้หนีรอดจากเหตุการณ์ถล่มเกาะโอฮาร่าจะนำภัยมาสู่กลุ่มหมวกฟาง คุซัน อาโอคิจิ จากไปเพราะรู้สึกติดค้างที่พวกลูฟี่กำจัดครอคโคไดล์ก่อนที่เขาจะนำคำสั่งปลดครอคโคไดล์ออกจากตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัดไปยังอลาบาสต้า

 

ข้อมลู

 

ในสงครามที่มารีนฟอร์ด คุซัน อาโอคิจิ ใช้พลังน้ำแข็งหยุดคลื่นสึนามิยักษ์จากพลังโจมตีอันรุนแรงของหนวดขาวและเปลี่ยนลานน้ำด้านหน้ามารีนฟอร์ดเป็นสังเวียนในการต่อสู้และ คุซัน อาโอคิจิ ยังเป็นพลเรือเอกคนแรกที่เริ่มโจมตีใส่หนวดขาว คุซัน อาโอคิจิ ใช้พลังแช่แข็งร่างหนวดขาวแต่ถูกหนวดขาวสามารถทำลายน้ำแข็งได้อย่างง่ายดาย ขณะจะโจมตีหนวดขาวอีกครั้งเขาถูกไดม่อนโจสพุ่งเข้าชนด้วยฮาคิคุณสมบัติแห่งเกราะจนได้เลือด อาโอคิจิสู้กับโจสจนเมื่อโจสหันไปหามัลโก้เขาจึงแช่แข็งร่างกายของโจสภายหลังเอสหลุดจากการควบคุมตัวและกำลังหลบหนีไปพร้อมกับลูฟี่ คุซัน อาโอคิจิ เข้าขวางการหนีและดวลกับเอสแต่พลังน้ำแข็งของเขากับพลังไฟของเอสกินกันไม่ลง คุซัน อาโอคิจิ

แช่แข็งน้ำทะเลเพื่อป้องกันไม่ให้จินเบพาลูฟี่หนีลงทะเล ภายหลังแชงสเข้ามายุติสงคราม คุซัน อาโอคิจิ ไม่ต้องการปล่อยให้ลูฟี่หนีรอดเขาจึงแช่แข็งน้ำทะเลเพื่อหยุดเรือดำน้ำของลอว์ที่มาช่วยเหลือลูฟี่กับจินเบหนีไปก่อนที่คิซารุจะกระหน่ำโจมตีซ้ำภายหลังสงครามที่มารีนฟอร์ดเซนโงคุขอลาออกจากตำแหน่งจอมพลและคิดจะให้อาโอคิจิขึ้นเป็นจอมพลแทน แต่เบื้องบนของรัฐบาลโลกต้องการให้อาคาอินุเป็นจอมพล ทั้งอาโอคิจิและอาคาอินุจึงต้องตัดสินกันด้วยการประลองที่พังค์ ฮาซาร์ด ซึ่งกินเวลานานสิบวันสิบคืน ผลปรากฏว่าอาคาอินุเป็นฝ่ายชนะและได้ขึ้นเป็นจอมพล

 

ข้อมลู

 

คุซัน อาโอคิจิ ที่พ่ายแพ้พร้อมกับสูญเสียขาซ้ายไม่ต้องการทำตามคำสั่งที่โหดเหี้ยมของอาคาอินุเขาจึงขอลาออกจากการเป็นทหารเรือซึ่งนับเป็นการสูญเสียกำลังสำคัญของรัฐบาลโลกเลยทีเดียว  ไม่มีใครรู้ว่า คุซัน อาโอคิจิ หายไปอยู่ที่ไหนและทำอะไรแต่ช่วงความเป็นความตายของทหารเรือเขาก็ไปปรากฏตัวที่พั้งค์ฮาซาร์ดเพื่อหยุดโดฟลามิงโก้ที่กำลังทำร้ายสโมคเกอร์จนปางตายและมีการหยั่งเชิงกันเล็กน้อยก่อนที่โดฟลามิงโก้จะถอยกลับไป โดยก่อนจะจากไปโดฟลามิงโก้ได้ทิ้งคำถามเอาไว้ทำให้คิดได้ว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับ คุซัน อาโอคิจิ

ซึ่งอาจกำลังติดต่อกับพวกใต้ดินในภาพยนตร์ One Piece Film Z อาโอคิจิปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มหมวกฟางพร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวของเซ็ตโต้ เขาช่วยพวกลูฟี่จากลาวาอันร้อนละอุและมุ่งหน้าไปหาเซ็ตโต้เพื่อเตือนให้เขาหยุด คุซัน อาโอคิจิ ดูการต่อสู้ของลูฟี่กับเซ็ตโต้ เขาสร้างกำแพงน้ำแข็งเพื่อให้กลุ่มหมวกฟางหนีจากทหารเรือและสร้างเวทีต่อสู้ครั้งสุดท้ายให้กับเซ็ตโต้

จอมพล ซากาซุกิ อาคาอินุ

จอมพล ซากาซุกิ อาคาอินุ 

 

ข้อมลู

 

รอบนี้ผมนำตัวละครคุณลุงจอมโหดของกองทัพเรืออย่าง จอมพล ซากาซุกิ อาคาอินุ ผู้มีพลังพิเศษความสามารถในการใช้แม็กม่า เป็นไฟที่แข็งแกร่งที่สุด มาพร้อมกับความโหดเหี้ยม จากอดีตพลเรือเอกที่มี บุคคลิกเงียบขรึมและตรงไปตรงมากับการปฏิบัติหน้าที่ แต่เนื่องจากเค้าเป็นคนที่โหดสุดๆ

ทำให้เค้าได้รับหมายเตือนหลายครั้งว่าทำเกินกว่าเหตุ และเป็นผู้ที่มีอำนาจในการใช้บัสเตอร์คอล และเป็นอีก 1 คนที่ถูกฝึกอบรมด้วยคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพอย่าง เซ็ตโต้  ซากาซุกิ อาคาอินุ มีฮาคิเกราะ ซึ่งแข็งแกร่งมากๆ ไหนจะมีพลังที่ใช้โจมตีอย่างผลปีศาจ  “มากุ มากุ”

ผลปิศาจสายโรเกียสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นแม็กม่าและยิงแม็กม่าโจมตีใส่ศัตรูในระยะไกลได้ โดยพลังแม็กม่านี้เหนือกว่าพลังไฟของเอสมากและสามารถปล่อยพลังได้อย่างไร้ขีดจำกัด   ซากาซุกิ อาคาอินุ เป็นคนที่โหดเหี้ยมที่สุด เขาฆ่าโจรสลัดทุกคนมากกว่าและไม่ปราณีแม้ฝั่งเดียวกันอย่างทหารเรือที่ที่ละทิ้งหน้าที่ฏ็เผาสะเรียบ

 

 

อาคาอินุ ปรากฏตัวครั้งแรกในภารกิจบัสเตอร์คอลที่ เกาะโอฮาร่าเมื่อ 20 ปีก่อนโดยขณะนั้นเขามียศพลเรือโท อาคาอินุ สั่งให้โจมตีเรือผู้อพยพด้วยเหตุผลในการป้องกันว่าอาจจะมีนัก วิชาการหลบซ่อนอยู่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอาโอคิจิที่อยู่ในภารกิจนั้นด้วยในสงครามที่มารีนฟอร์ด อาคาอินุ

เป็นพลเอกคนสุดท้ายที่แสดงฝีมือการต่อสู้ออกมา เขาใช้หมัดแมกม่าชกใส่ก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่โจสโยนมา ต่อด้วยการยิงหมัดฝนดาวตกโจมตีจนเหล่าโจรสลัดต่างบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้แต่เรือโมบี้ดิกของหนวดขาวก็ถูกเผาไหม้ด้วยแมกม่าที่ร้อนละอุ อาคาอินุ

รู้เรื่องที่สควอโด้เกลียดโรเจอร์เขาจึงใช้อุบายหลอกให้สควอโด้ทำร้ายหนวดขาวภายหลังเอสหลุดรอดน้ำมืออาโอคิจิมาได้และกำลังหนีไปพร้อมกับลูฟี่ อาคาอินุ ใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยามหนวดขาวเพื่อยั่วโมโหเอส เขาต่อสู้กับเอสด้วยพลังแมกม่าที่เหนือกว่าไฟของเอสมาก อาคาอินุ

เดินไปหาลูฟี่ที่ร่างกายเริ่มไม่ขยับ เขาใช้หมัดหมายจะโจมตีใส่ลูฟี่แต่เอสเข้ามาขวางเอาไว้เป็นเหตุให้เอสต้องจบชีวิตลง อาคาอินุ เข้าต่อสู้กับหนวดขาวอย่างดุเดือดและถูกหนวดขาวเล่นงานจนอาการสาหัส แม้จะหาจังหวะโจมตีกลับจนหนวดขาวสูญเสียหนวดข้างซ้ายไปแต่ อาคาอินุ

 

ข้อมลู

 

ก็ไม่สามารถเอาชนะหนวดขาวได้และพ่ายแพ้หนวดขาวจนเกือบตกลงไปในทะเลอาคาอินุ รอดตายจากน้ำมือของหนวดขาว เขากลับเข้าสู่สงครามอีกครั้งและเริ่มไล่ล่าลูฟี่อย่างเอาเป็นเอาตาย อาคาอินุ บอกให้จินเบทิ้งลูฟี่เอาไว้แต่จินเบปฏิเสธเขาจึงยิงหมัดเข้าใส่จนทะลุร่างของจินเบและไปถูกลูฟี่

ก่อนจะถูกกลุ่มหนวดขาวกับครอคโคไดล์ขัดขวาง อาคาอินุ ได้ยินคำพูดของโคบี้แล้วรู้สึกโมโหกับความอ่อนแอของโคบี้ เขาทุ่มกำลังหมายจะจัดการโคบี้ที่ทำให้ความยุติธรรมของทหารเรือต้องด่างพร้อยแต่ถูกแชงสเข้ามาขวางเอาไว้ภายหลังสงครามที่มารีนฟอร์ดกองทัพได้รับการติดต่อจากกลุ่มโจรสลัดหนวดดำให้นำเรือรบหนึ่งลำมาแลกกับจีเวลลี่ บอนนี่ อาคาอินุจึงนำเรือรบออกไปที่โลกใหม่บนเกาะที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงเพื่อจัดการกับกลุ่มหนวดดำแต่เขาได้พบเพียงบอนนี่กับลูกน้องที่ถูกจับมัดเอาไว้เซนโงคุขอลาออกจากตำแหน่งจอมพลและคิดจะให้อาโอคิจิขึ้นเป็นจอมพลแทน แต่เบื้องบนของรัฐบาลโลกต้องการให้ อาคาอินุเป็นจอมพลเพราะมีการตัดสินใจที่เด็ดขาดกว่า ทั้งอาโอคิจิและ อาคาอินุ จึงต้องตัดสินกันด้วยการประลองบนพั้งค์ ฮาซาร์ดซึ่งกินเวลานานสิบวันสิบคืน ผลปรากฏว่าอาคาอินุเป็นฝ่ายชนะและได้ขึ้นเป็นจอมพลคนใหม่

จินเบ มนุษย์เงือกคาราเต้ 

จินเบ มนุษย์เงือกคาราเต้ 

 

ข้อมลู

 

จินเบ อดีตโจรสลัดเงือกกลุ่มโจรสลัดเงือกอารอนปกครองอยู่ก่อนที่จะเข้าร่วม เจ็ดเทพโจรสลัด ซึ่งข้อตกลงของรัฐบาลโลกคือ ต้องถิ้งลูกน้องทั้งหมด แต่ความสามารถพิเศษของจินเบไม่แน่ชัดเพราะเป็นมนุษย์ ที่มีความสามารถสูงเมื่ออยู่ในน้ำอีกทั้งยังสามารถ

คุยกลับปลาได้เป็นความสารมารถที่ติดตัวมาอยู่แล้วทั้งยังเก่งคาราเต้เงือกที่มีพลังทำลายล้างที่สูงมาก ในขณะที่เกิดสงครามขึ้นระหว่างระฐบาลและหนวดขาว  จินเบ ปฏิเสธการเข้าร่วมและถูกส่งไปยังคุกอิมเพลดาวน์ และได้ถูกปล่อยตัวโดยลูฟี่ และเข้าร่วมฝ่ายกับหนวดขาว โดยในสงครามจินเบขอลาออกจากเจ็ดเทพโจรสลัด หลังจบสงคราม ลูฟี่เสียใจมากที่เอสตาย แต่พอได้รับการเตือนสติจากจินเบว่ายังมีพวกพ้องอยู่

เรย์ลี่ได้คิดแผนการให้ร่วมมือกันบุกมารีนฟอร์ด โดยมีเรย์ลี่ ลูฟี่และจินเบ เพื่อไปตีระฆัง “อ๊อก เบล” 16 ครั้ง ในการไว้อาลัยกับการตายของเอสพร้อมส่งสารว่าจะกลับมารวมตัวกันของกลุ่มโจร สลัดหมวกฟางที่หมู่เกาะชาบอดี้อีกไม่ 3 วันแต่เป็น 2 ปีเพื่อให้สมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้รับรู้

ในเนื้อหาล่าสุดเกี่ยวกับจินเบ เขาอยู่ในเกาะเงือก เนื่องจากโฮดี้จะยึดเกาะเงือก หลังจากชนะโฮดี้นั้นลูฟี่ก็ชวนจินเบเข้ากลุ่ม แต่จินเบได้ปฏิเสธเนื่องจากยังมีหน้าที่ต้องทำ แต่จินเบได้บอกว่าถ้าได้เจอกันอีกครั้งที่โลกใหม่เขาจะเข้ากลุ่มด้วยอย่าง แน่นอนจินเบ เป็นมนุษย์เงือกสายพันธุ์ ฉลามวาฬ มีลักษณะที่ดูคร้ายปีศาจมีเขี้ยว2ข้างและมีใบหน้าน่ากลัวโดยมีร่างกายที่

 

ข้อมลู

มีความตื่นตัวสามารถวางแผนการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วและสามารถคิดกลยุทธ์ตอบโต้ไปพร้อมๆกันได้ครั้งหนึ่งเมื่อลูฟี่พยายามโจมตีหนวดดำที่อิมเพลดาวน์ ความสามารถในการต่อสู้แบบคาราเต้มนุษย์เงือกในการเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อรับการโจมจากลูฟี่แสดงให้เห็นว่าร่างกาย ของเค้านั้นประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้เค้ายังสามารถบเรียกเหล่าฉลามวาฬในทะเลให้มารวมตัวกันได้ในเวลาอัน

สั้นและสามารถควบคุมฝูงฉลามวาฬเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทติภาพและยังมีความ สามารถในการบังคับน้ำทะเลในชื่อ”คลื่นมหาสมุทร”ซึ่งเค้าสามารถควบคุมมันได้ ทุกที่แม้อยู่บนบกนั่นแสดงให้เห็นว่าเค้าเป็นศัตรูโดยตรงกับผู้มีพลังจากผล ไม้ปีศาจที่กลัวน้ำทะเลและหากสัมผัสน้ำทะเลพลังจะหยุดชงักในทันทีเมื่อในอดีตจินเบเป็นระดับหัวหน้าในกลุ่มมนุษย์เงือกเขตแดนซึ่งเป็นกลุ่ม มนุษย์เงือกหัวรุนแรง

และเพื่อที่จะให้พวกเงือกคนอื่นมองว่ามนุษย์เงือกเขตแดนนั้นไม่ใช่พวกที่เลว ร้ายเค้าจึงเข้าเป็น ทหารรักษาการในอาณาจักรริวงู แต่เมื่อลูกพี่ใหญ่ฟิชเชอร์ ไทเกอร์กลับมาจากการเดินทางสำรวจโลกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อ ไทเกอร์ประกาศจัดตั้งกลุ่มเงือกซันนี่ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเหล่าทาสที่ถูกพวก เท็นริวจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง       จินเบ พร้อมด้วยพรรคพวกจำนวนมากจึงขอติดตามลูกพี่ใหญ่

 

ข้อมลู

 

ไทเกอร์ออกทะเลไปพร้อมกันเพื่อไปเป็นโจรสลัด เวลาผ่านไปหลายปีชื่อเสียงของกลุ่มโจรพระอาทิตย์โด่งดังไปในทางเสียหาย มากกว่าดี โดยฝีมือของพวกทหารเรือประชาชนส่วนใหญ่รู้เพียงแต่ว่ากลุ่มเงือกนั้นเกียจ ชังมนุษย์และจะฆ่าทันทีเมื่อเห็นมนุษย์ทำให้ในที่สุดก็มีประชาชนแจ้งข่าวการ พบ หัวหน้าไทเกอร์ให้พวกทหารเรือได้รู้จนเกิดการประทะครั้งใหญ่ขึ้นผลของการ เข้าจับกุมครั้งนี้หัวหน้ากลุ่มพีชเชอร์ ไทเกอร์บาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดมาก เสียชีวิตในที่สุดหลังจากหัวหน้ากลุ่มตาย

สมาชิกภายในกลุ่มระส่ำระสายเป็นอย่างมา หัวหน้าอันดับสอง จินเบ จึงต้องขึ้นรับตำแหน่งรักษาการหัวหน้าแทนไปก่อน  แต่ตำแหน่งนี้ก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อ อารอนถูกจับและพวกกลุ่มโจรสลักเงือกคนอื่นถูกตั้งค่าหัวและถูกไล่ล่าอย่าง หนัก จนพวกรัฐบาลโลกเกรงว่าหากปล่อยไว้ กลุ่มโจร สลัดเงือกอาจรวมตัวขึ้นอีกครั้งและอาจจะกลับมามีอิทธิพลเหนือกว่ากองทัพ เรือ  จึงยื่นข้อเสนอที่จะให้จินเบขึ้น

เป็น 7 เทพโจรสลัดเพื่อลดอำนาจของกลุ่มเงือกที่นิยมความรุนแรงลงและเพื่อเป็น เกียรของเผ่าพันธ์เงือกที่จะทำให้เทียบเท่าเผ่าพันธ์อื่นในฐานะมีหัวหน้า เป็น1ใน 7 เทพโจรสลัดเมื่อ จินเบ เข้ารับตำแหน่งสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดพระ อาทิตย์กลับยิ่งโกรธแค้นพวกทหารเรือมากขึ้นและมองว่าจินเบเป็นสุนัขรับใช้ พวกทหารเรือจึงตีตัวออกห่างและกะจัดกะจายไปอยู่ในที่ต่างๆ ความสงบที่รัฐบาลโลกหวังไว้กลับยิ่งทำให้ความวุ่นวายขยายวงกว้าง มากขึ้นเมื่อมีการตั้งกลุ่มโจรสลัดเงือกขึ้นอีกหลายกลุ่มแต่ความแข็งแกร่ง และกำลังกลับเทียบไม่ได้กับกลุ่มโจรสลัดเงือกซันนี่อันยิ่งใหญ่เมื่อครั้งใน อดีต

 

ข้อมลู

ประวัติโบอา แฮนค็อก

ประวัติโบอา แฮนค็อก

 

ข้อมลู

 

ฉายา องค์หญิงอสรพิษ(Snake Princess)
– จักรพรรดินีโจรสลัด(Pirate Empress) ค่าหัว 80,000,000 เบรี
อายุ 29 ปี – เกิดวันที่ 2 กัยยายน
ส่วนสูง 191 cm.
เรือ เรือยูดา (Ship-YUDA)
ตำแหน่ง 1 ใน7เทพโจรสลัด(Shichibukai) – ราชินีแห่งเกาะ อเมซอนลิลลี่ ชนเผ่าคุจา ลูกเรือ กลุ่มโจรสลัด คุจาและชนเผ่า
ผลปีศาจ เมโร เมโร (Mero Mero) ผลหลงใหล ทำให้ผู้พบเห็นหลงใหลและจะกลายเป็นหินเมื่อจิตใจเกิดหวั่นไหว
อาวุธ งูพิษซาลอม (Salome) ที่ร้ายกาจที่สุดในโลกแม้แต่จ้าวแห่งท้องทะเลหากถูกกัดก็ต้องตาย
– ฮาคิแห่งราชันย์ ฮาโอโชคุ ฮาคิ(Haoshoku Haki) เผ่าพันธุ์ มนุษย์ชนเผ่า คุจา

“ไม่มีสิ่งใดให้ต้องระอาย แม้ฉันจะฆ่าผู้บริสุทธิ์ โลกก็จะให้อภัยฉันเพราะฉัน  งดงามที่สุด” กล่าวโดย โบอา แฮนค็อก

โบอา แฮนค็อก (Pirate Empress Boa Hancock) จักรพรรดินีโจรสลัดจากเรื่องวันพีซฉายา “เฮบิฮิเมะ – เจ้าหญิงอสรพิษ” (Snake Princess) แฮนค็อกเป็นเทพโจรสลัดหญิงเพียงหนึ่งเดียวและได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกของวันพีซ

แฮนค็อกมี “ซาลอม” (Salome) งูพิษที่ร้ายกาจที่สุดในโลกและน่ากลัวกว่าจ้าวทะเลเป็นสัตว์เลี้ยงประจำตัว เธอเป็นราชินีองค์ปัจจุบันของเผ่าคุจาบนอมาซอน ลิลี่ (Amazon Lily) เกาะที่มีแต่นักรบหญิงซึ่งรอบเกาะจะมีจ้าวทะเลหลายชนิดวนเวียนอยู่จึงไม่มีเรือโจรสลัดหรือเรือของทหารเรือกล้าเข้าใกล้

 

ข้อมลู

 

โบอานั้นมีพี่น้องอยู่สองคนซึ่งโบอานั้นมีอดีตที่เลวร้ายและมีความแค้นฝังลึกชนเผ่า มังกรฟ้า(Celestial Dragons) หรือพวก เท็นริวบิโตะ ( ชาวมังกรสวรรค์เป็นกลุ่มขุนนางชั้นสูงของโลก ที่ทรงอำนาจแม้แต่รัฐบาลโลกและทหารเรือคอนรับใช้ ปกครองโดย เท็นริว รอสวาร์ด เซย์ (Saint Roswald) เท็นริว ชาลรอส (San Charloss) เท็นริว ซาลูเรีย กูย์(Santa Shalulia) ว่ากันว่าพวกนี้เป็นลูกหลานที่สืบสายเลือดมาจากกลุ่ม 20 กษัตริย์ (Twenty Kings) ที่เข้าร่วมการก่อตั้งรัฐบาลโลกเมื่อ 800 ปีที่แล้ว กลุ่มเหล่านี้มีฐานะอันสูงส่งซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยรัฐบาลโลก ทำให้ผู้คนเกรงกลัวมักขมเหงรังแกชนเผ่าอื่นบ้างก็จับมาเป็นทาสใช้เป็นสัตว์ เลี้ยง โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะพิเศษ

ใน อดีตสมัยเด็ก เธอ(โบอาอายุ 12 ขวบ)และน้องอีกสองคน ในขณะที่เธอออกมาแล่นเรือเล่นนอกเกาะแม้จะถูกห้ามปรามแล้วก็ยังดื้อรั้นที่ จะออกไป จนถูกลักพาตัวและนำไปขายให้กับ พวกมังกรฟ้าเท็นเรียวบิโตะ และถูกบังคับให้กิน ผลไม้ปีศาจ เพียงเพื่อความสนุกสนานที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งนั่นเพียงเพราะมันจะ สร้างความบันเทิงให้ พวกเท็นริวได้.

ข้อมลู

นอกจากนี้เธอและน้องทั้งสองคนยังถูกทรมาณสารพัดถูกประทับตรา เท้ามังกรฟ้า ที่ด้านหลังของพวกเธอด้วยตราเหล็กร้อนและถูกล่ามโซ่ด้วยหินไคโร เซคิทำให้อย่าว่าแต่หนีเลยแค่ขยับตัวยังเป็นเรื่องยาก. วันเวลาผ่านไปกว่าสี่ปี เกิดเหตุเพลิงใหม่ครั้งใหญ่บนแมรี่โจทำให้พวกเธอถูกช่วยออกมาพร้อมทาสคนอื่นโดย ชาวเงือกในตำนาน ฟิชเชอร์ไทเกอร์
เขาเข้าไปทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์แมรี่จัวร์เป็นเพราะความเลวของพวกเทนริวที่เห็นชีวิตคนเป็นเพียงของเล่นจึงบุกเดี่ยว เข้าไปช่วยเหล่าทาสทั้งหมดออกมา

โดยพี่น้อง โบอาในขณะหลบหนีพวกเธอไม่สามารถว่ายน้ำหนีออกจากเกาะได้เพราะมีพลังของผลปีศาจโชคดีที่ในขณะนั้น เรย์ลี่มาพบเข้าจึงพาหลบหนีออกจากเกาะมาได้ระหว่างทางกลับมาที่เกาะได้พบ ท่านยายเนียวอดีตผู้ปกครองเกาะอเมซอนลิลี่และได้รับช่วงต่อพามาส่งที่เกาะได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าจะหนีรอดมาได้แต่ตราประทับบนแผ่นหลังของพวกเธอก็คือความอับอายที่ไม่มีวันจ่างหาย พวกเธอจึงต้องสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อปกปิดคนในประเทศว่า พวกเธอทั้งสามได้ไปปราบ ปีศาจกอร์กอน(เมดูซ่า) จนชนะแต่ถูกสาบดวงตาปีศาจเอาไว้ ทำให้ถ้ามีคนมาเห็นพวกเธอตอนเปลือยผ้าจะทำให้กลายเป็นหินได้และจากความแค้นที่พวกเทนริวได้ทำเอาไว้นำมาซึ่งการต่อต้านพวกทหารเรืออย่างโจ่งแจ้งจึงเป็นที่มาของค่าหัวของเธอ

แต่จากความแข็งแกร่งของเธอทำให้ฝ่ายทหารตายเป็นจำนวนมากโดยที่เธอไม่เป็นอะไรเลยแต่คนของเธอเองกลับล้มตายไปจำนวนมากและเพื่อเป็นการรักษาชีวิตคนของเธอในฐานะราชินีจึงนำมาซึ่งสัญญาการเข้าเป็น 7 เทพโจรสลัดในเวลาต่อมา

ไคโดร้อยอสูร

ไคโดร้อยอสูร 

ข้อมลู

ไคโด โจรสลัดผู้ชั่วร้ายจากเรื่องวันพีซ ฉายา “ไคโดแห่งร้อยอสูร” ไคโด เป็นจักรพรรดิคนสุดท้ายที่ยังไม่เปิดเผยตัวอย่างเป็นทางการในเรื่อง แต่ความทะเยอทะยานของเขาคงไม่เป็นสองรองจากทีชและถูกคาดหมายจากผู้คุมแดนศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นเพียงไม่กี่คนที่สามารถล้มทีชลงได้

ไคโด เป็นหนึ่งในสี่จักรพรรดิผู้ปกครองโลกใหม่ ประวัติของไคโดยังไม่แน่ชัด มีเรื่องเล่าว่าในอดีตไคโดเคยปะทะกับเก็กโค โมเลียที่โลกใหม่และจัดการกับลูกน้องทั้งหมดของโมเลียซึ่งผลจากการต่อสู้ในครั้งนั้นได้สร้างบาดแผลลึกในจิตใจที่ไม่อาจลบเลือนให้กับโมเลีย

ไคโดได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แม้แต่โดฟลามิงโก้เองก็ยังเกรง ข้อมูลของทหารเรือบอกว่าไคโดพยายามจะเล่นงานหนวดขาวในช่วงสงครามเพื่อช่วยเหลือเอสแต่แชง ที่รู้เรื่องได้เข้าไปขัดขวางเอาไว้จนกลายเป็นสงครามระหว่างจักรพรรดิ ไคโดเฝ้าดูการทดลองของซีซาร์

 เขาต้องการผลปิศาจสายโซออนที่ซีซาร์สร้างขึ้นเพื่อสร้างกองทัพผู้ใช้ผลปิศาจที่แข็งแกร่งพอจะพิชิตโลกใหม่ ขุมกำลังผู้ใช้ผลปิศาจของเขามีถึงกว่า 500 คนเลยทีเดียวซึ่งมากกว่ากองทัพของหนวดขาวหลายเท่านัก ความทะเยอทะยานของเขาสอดคล้องกับเป้าหมายของลอว์

ไคโด จึงตกเป็นเป้าหมายในการโค่นล้มของลอว์  ที่โลกใต้ดิน ไคโด ได้ทำข้อตกลงซื้อขาย SMILE จากโดฟลามิงโก้ เพื่อสร้างกองทัพที่ของผู้มีพลังพิเศษจากผลปิศาจเทียมสายโซออนกว่า 500 คน เป็นพวกที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ ในบรรดาห้าจักรพรรดิอยู่ในอันดับที่ 4 ยังไม่ปรากฎ ว่ากันว่า

ไคโด เป็นนักรบที่ไร้ความปราณีและ มีความมั่นใจในตัวเองสูง ความทะเยอทะยานของเขาไม่เป็นสองรองจากทีช และถูกคาดหมายจากผู้คุมแดนศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นเพียงไม่กี่คนที่สามารถล้มทีชลงได้ ไคโด เป็นลูกค้าซูเปอร์วีไอพีของโดฟลามิงโก้ เขาเฝ้าดูการทดลองของซีซาร์เพราะต้องการผลปิศาจสายโซออนที่ซีซาร์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสร้างกองทัพผู้ใช้ผลปิศาจที่แข็งแกร่ง

กลุ่มโจรสลัดไคโดร้อยอสูร

ข้อมลู

จากมังงะตอนล่าสุดเราก็ได้ทราบแล้วว่าลูกกระจ๊อกของไคโดแต่ละกลุ่มต่างกันอย่างไร วันนี้ One Piece Story จะมาสรุปให้อ่านกัน

ที่ใช้คำว่าลูกกะจ๊อก เพราะมันหมายถึงพวกที่สู้ใครไม่ได้ หรือพวกลูกน้องลูกสมุนนั่นเองครับ หรืออีกความหมายนึงคือให้พวกลูฟี่อัดโชว์นั่นเอง555

แบ่งออกเป็น 3 พวกหลักๆ ตามการกินผลไม้ปีศาจเทียม สไมล์ คือ เวทเทอร์ส(WAITER),เพลเชอร์ส(PLEASURES),กิฟเตอร์ส(GIFTERS)

WAITERS คือ พวกที่ยังไม่ได้กินสไมล์แต่รอวันที่จะได้กินอยู่ เลยใช้คำว่า waiters ที่แปลว่าผู้เฝ้ารอ

PLEASURES คือ ผู้ที่กินสไมล์ที่เป็น 90 % หรือผู้ที่กินสไมล์ที่ผิดพลาดทำให้ไม่ได้พลังของผลปีศาจและได้รับผลข้างเคียงทำให้แสดงอารมณ์ได้แค่การหัวเราะอย่างเดียวนั่นเอง

GIFTERS คือ ผู้ที่กินสไมล์แล้วได้พลังของผลปีศาจที่ทำให้มีพลังของสัตว์ต่างๆ หรือผู้ได้รับพรสวรรค์นั่นเอง

นอกจากลูกกะจ๊อก 3 กลุ่มนี้ก็จะมีพวกระดับหัวหน้าที่เรียกว่า “3 ภัยพิบัติ” คิงส์,ควีน,แจ๊ค(ภัยภาระ) เป็นตำแหน่งที่รองมาจากไคโด

และที่รองลงมาอีกคือพวกเฮ้ดไลเนอร์(HEADLINERS) เช่น เดรค,ฮอว์คินส์,เพจวัน,โฮลเด็ม,ชีฟเฮ้ด ซึ่งบางคนในนี้ก็ได้รับพลังจากสไมล์แต่ด้วยความที่เก่งกว่า Gifters คนอื่นๆ(มั้ง) จึงทำให้ได้เป็นเฮ้ดไลน์เนอร์

จากฉากเปิดตัวในอดีต จนมาถึงฉากที่ปะทะกับลูฟี่ในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าพลังจากผลปีศาจของไคโดจะต้องตื่นขึ้นมาแล้วแน่นอน แสดงว่าสิ่งที่อ.โอดะ จะสื่อถึงความแข็งแกร่งของไคโดนั้น ไม่ใช่พลังทำลาย แต่เป็นความอึดของไคโดต่างหากที่โดดเด่นที่สุด ซึ่งแสดงว่าหากลูฟี่ ได้ปะทะกับไคโดแล้วเกิด ชนะได้ละก็ ลูฟี่จะสามารถโค่น อาคาอินุได้แน่นอน เพราะดูๆแล้วการพ่ายแพ้ของไคโด มีหนึ่งในนั้นเป็นของหนวดขาว แต่อาจจะเป็นสมัยหนุ่มๆ ซึ่งแสดงว่า อาคาอินุ นั้นหากปะทะกับหนวดขาวในสมัยหนุ่มก็คง สู้ไม่ไหวเช่นกัน เพราะดูจากสภาพ ขนาดแก่ใกล้ตาย ยังต้องตัดกำลังแล้วตัดกำลังอีก กว่าจะสู้ได้ ซึ่งแปลว่าคนที่เคยมีพลังทำลายที่สุดในโลกเป็นพลังของหนวดขาวนั้นเอง  บิ๊กมัมในอดีตอาจจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ที่ขึ้นมาได้ขนาดนี้เพราะลูกๆของเธอมีความแข็งแกร่งเฉพาะตัวด้วยนั้นเอง

ชาลอร์ท หลินหลิน 

ชาลอร์ท หลินหลิน 
ข้อมลู
ค่าหัว ยังไม่เปิดเผย
1 ใน 4 จักรพรรดิ
กัปตันกลุ่มโจรสลัดบิ๊กมัม
ผลปิศาจ โซลุ โซลุ สายปารามิเซีย ที่ช่วงชิงอายุขัยของคนที่กลัวตนมาเป็นพลังให้กับตัวเองได้ กับอายุขัยที่ช่วงชิงจากเหยื่อมานั้นถ้าเหยื่อเต็มใจจะสามารถชิงออกมาได้ โดยสามารถดึงออกมาได้แค่ายุขัยส่วนที่เหลือของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น กับรู้ด้วยว่าเหยื่อเหลืออายุขัยเท่าไหร่ โดยเอาไปใส่ในสิ่งของทำให้มีชีวิตได้ โดยสิ่งของทีมีนิสัยจะมีนิสัยตามอายุขัยของเหยื่อ โดยสิ่งของนั้นจะมีอายุจำกัดตามจำนวนอายุขัยที่ช่วงชิงมา ส่วนเหยื่อที่ถูกชิงไปอายุขัยจะลดลงไป แต่เอาไปใส่ในศพกับสิ่งมีชีวิตไม่ได้ นอกจากนั้นสามารถสร้างร่างแปลงออกมาได้ เป็นวิญญาณที่มีชีวิต กับใช้เป็นกล้องวงจรปิดได้
ฉายา บิ๊กมัม /มาม่า
หญิงอ้วนตัวใหญ่ยักษ์เท่าคนยักษ์แต่ว่าบิ๊กมัมไม่ใช่เผ่าคนยักษ์ เป็นเพียงผู้หญิงที่กินมากเกินไปจนตัวอ้วนใหญ่เท่าคนยักษ์ โดยมีรอยสักรูปหัวใจที่แขนซ้าย เป็นโจรสลัดที่รักอิสระ แต่มีนิสัยที่ชื่นชอบกินขนมหวานเป็นพิเศษ เมื่อเกิดคลั่งอยากกินอะไรจะต้องกินให้ได้ ไม่งั้นจะคลั่งถึงขนาดเป็นบ้าอาลวาดไปทั่วฆ่าคนโดยไม่แบ่งแยกมิตรหรือศัตรู ถ้าได้กินของที่อยากแล้วจะสงบลงดังเดิม กับชอบชะสมสิ่งมีชีวิตหายากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หายากในตำนานหรือสายพันธุ์ใหม่ เผ่ามนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่เป็นการผสมระหว่างต่างเผ่า กับอื่นๆจะเอาไปขังเก็บเป็นของสะสม โดยบิ๊กมัมนั้นมีครอบครัวคือสามี 43 คน ลูกชาย 46 คน ลูกสาว 39 คน รวมตัวบิ๊กมัมเอง เป็น 129 คน จึงได้ฉายาว่าบิ๊กมัม ลูกๆ บางส่วนของบิ๊กมัมที่แต่งงานกับใครไปบ้างก็มีลูกแล้ว บ้างก็ตายเพราะถูกโจรสลัดฆ่า ไม่ก็ฆ่าตัวตาย ไม่ก็บิ๊กมัมเป็นคนฆ่าเอง ส่วนสามีนั้นเมื่อบิ๊กมัมแต่งงานกับผู้ชายจากแต่ละที่แต่ละเผ่า จนลูกออกมาเป็นสายพันธุ์ผสมก็มี ยกเว้นเผ่าคนยักษ์ เมื่อบิ๊กมัมคลอดลูกเสร็จจะทิ้งสามีคนนั้นไปหาคนอื่นมาเรื่อย ส่วนสามีที่ถูกทิ้งก็ถูกฆ่าบ้างก็หนีไป โดยบิ๊กมัมเลี้ยงลูกแบบปล่อยให้มีชีวิตกับทำตามคำสั่งของตนแบบเผด็จการ คือถ้ายอมเชื่อฟังตนจะไม่เป็นไร บิ๊กมัมสามารถใช้ ฮาคิได้ 3 อย่าง เมื่อบิ๊กมัมโกรธ มือซ้ายจะเรียกเมฆสายฟ้าซุส มือขวาจะเรียกพระอาทิตย์โพรมีเทียส ส่วนหัวคือนโปเลียนเป็นหมวกที่บิ๊กมัมใส่ ซึ่งทั้ง 3 บิ๊กมัมใส่อายุขัยของตัวเองลงไป และทั้ง 3 เป็นอาวุธเพื่อใช้โจมตี ประเทศทุกประเทศที่ยืมธงของกลุ่มโจรสลัดบิ๊กมัม จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นธุรกิจคือต้องให้ของหวาน 10 ตันต่อเดือนทุกครั้งใน 1 เกาะ โดยทุกเดือนบิ๊กมัมจะมีปาร์ตี้น้ำชาฉลองโดยใช้ของหวานเหล่านั้น ถ้าเกาะไหนไม่ส่งมาตามกำหนด บิ๊กมัมจะส่งกองทัพโจรสลัดของตนไปถล่มทั้งเกาะให้พินาศ แล้วบิ๊กมัมจะส่งโจรสลัดของตนออกไปหาวัตถุดิบพวกวัตถุในการทำของหวาน หรือเสบียงกับหาเงินทุนจำนวนมหาศาลมาจากการไปปล้นโจรสลัด ประเทศต่างๆ ในโลกใหม่ ที่ไม่อยู่ใพื้นที่ของ 4 จักรพรรดิ เพื่อมาสะสมเป็นเงินทุน โดยสมาชิกทุกคนในกลุ่มกับเครือกลุ่มย่อยของบิ๊กมัมทั้งหมดจะเรียกบิ๊กมัมว่า MAMA แปลว่า แม่ ถ้าใครที่ถูกชวนไม่มา ถือว่าเป็นการหยามบิ๊กมัม ไม่กี่วันหลังจากนั้นคนที่ถูกชวนจะได้รับกล่องของขวัญ ข้างในจะเป็นหัวของคนที่เกี่ยวข้อง เช่นหัวของคนสำคัญหรือคนรู้จักของคนที่ถูกชวนเป็นต้น ทุกๆวัน จนกว่าคนที่ถูกชวนต้องยอม โดยบิ๊กมัมนั้นเวลาจะชวนใครมาปาร์ตี้น้ำชานั้น คนที่ถูกชวนบิ๊กมัมจะทำการสืบมาหมด กับจะให้ใส่กุญแจมือระเบิด ถ้าคิดหนีหรือพยายามแกะจสัญญาจะดังจนระเบิด โดยบิ๊กมัมจะเก็บกุญแจไขไว้กับตน โดยในงานแต่งงานทางสายเลือดของบิ๊กมัมนั้นเป็นการแต่งงานทางการเมือง ผ่านพิธีแต่งงานทางสายเลือด จึงมาเป็นคนของบิ๊กมัม ที่โลกใหม่ปรากฏตัวครั้งแรกตอนติดต่อเรื่องของหวานเกาะมนุษย์เงือกกับพีคอมส์และทามาโกะ แล้วลูฟี่ก็รับสายและคุยเรื่องของหวานที่ลูฟี่กินไปทั้งหมด(แต่ว่าโรงงานพังเป็นความผิดของพวกโฮดี้) บิ๊กมัมจึงยอมได้กับบอกว่าเกาะเงือกยกให้ลูฟี่แต่เอาความโกรธของเกาะเงือกมาลงที่ลูฟี่แทน โดยให้ลูฟี่รีบออกจากเกาะเงือกแล้วรีบมาโลกใหม่ พอที่เดรสโรซ่าส่งกลุ่มไปชิงตัวซีซาร์กับกำจัดกลุ่มหมวกฟาง แล้วบิ๊กมัมก็รู้จักกับพ่อของซันจิ เมื่อซันจิมาก็รอคอยงานเลี้ยงที่ใกล้จะมาถึง แล้วมอบกุญแจมือระเบิดให้จั๊ดเอาไปใส่ที่ซันจิ ส่วนตนเก็บกุญแจไขไว้กับตัว จากนั้นพอจินเบมาขอออกจากกลุ่ม บิ๊กมัมจึงให้จินเบเล่นเกมรูเล็ตเพื่อให้จินเบเสียอายุขัยส่วนหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยน แต่จินเบสงสัยจึงไม่หลงกล กับไม่เล่นรูเล็ต จากนั้นพอซีซาร์ถูกกุมตัวมา ถูกซีซาร์หลอกว่าการวิจัยใกล้สำเร็จแต่ถูกลูฟี่กับลอว์ทำลายไป โดยบิ๊กมัมนั้นสร้างศูนย์วิจัยให้ กับมอบเวลาให้ซีซาร์ 2 สัปดาห์ ไม่งั้นจะให้ลูกชายเปลี่ยนซีซาร์เป็นเป็นแคนดี้ โดยบิ๊กมัมเก็บกุญแจไขกุญแจมือซันจิ แล้วพอวันก่อนงานเลี้ยงน้ำชาได้กินเลี้ยงกับตระกูลวินสโมค แล้วจากนั้นคุยกับซันจิว่าตนจะยอมปล่อยให้พวกหมวกฟางออกจากเกาะ ถ้าซันจิยอมแต่งงานซึ่งซันจิก็ยอม แต่แท้จริงบิ๊กมัมวางแผนหลายฆ่าวินสโมคทุกคนในงานแต่ง พอทราบว่ามีคนเข้าไปในห้องสมบัติ บิ๊กมัมจึงพังกับเจอบรู๊คก็ถูกใจคิดว่าเป็นสัตว์หายาก จึงสู้กับบรู๊คโดยชนะอย่างงายดายกับจับมาเป็นสัตว์เลี้ยง จากนั้นคุยกับพุดดิ้งเรื่องแผนฆ่าวินสโมคในงานแต่ง
ข้อมลู
โดยบิ๊กมัมมีโร้ดโพเนกลีฟ 1 ใน 4 ที่เป็นเบาะแสหาเส้นทางไปราฟเทลอยู่ที่ฐาน กับโพเนกลีฟแบบทั่วไปอยู่อีก 2 อัน(ตอนแรกมีอันเดียวแต่จินเบไปเก็บได้อีกอันจึงเอามาให้อีกอันหนึ่ง) ซึ่งบิ๊กมัมเคยทำพลาดเรื่องโร้ดโพเนกลีฟในอดีตมาแล้วครั้งหนึ่งคือกลุ่มโรเจอร์ได้ข้อมูลในโพเนกลีฟไปกับเดินทางไปราฟเทลก่อน ซึ่งหลังจากนั้นบิ๊กมัมก็ไม่ยอมอีก ซึ่งมีผู้บุกรุกคือตอนที่พีคอมส์เข้าร่วมกับบิ๊กมัมนั้นได้ไม่นาน เพโดรกับเซโปหวังชิงโร้ดโพเนกลีฟ แต่ล้มเหลว เพราะบิ๊กมัมจับได้ กับยื่นโอกาสปล่อยทั้งคู่ไปโดยให้เล่นรูเลตผลออกมาเซโปเสียอายุขัยไป 100 ปี แต่เซโปเหลือเพียง 30 ปี จนเซโปเสียชีวิต จากนั้นจึงไปชิงอีก 70 ปี จากเพโดร พีคอมส์ขอร้องจนบิ๊กมัมใจอ่อนลดให้ 10 ปี เหลือ 60 ปี เพโดรแสดงความกล้าออกมาจึงควักตาซ้ายออกมา บิ๊กมัมจึงลดให้อีก 10 ปี เพโดรจึงเสียอายุขัยทั้งหมด 50 ปี โดยกลุ่มโจรสลัดน็อกซ์ก็แตกกลุ่มกลับโซไป โดยพีคอมส์เข้าร่วมกับบิ๊กมัม
ข้อมลู
ในงานเลี้ยงน้ำชาครั้งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ลูกสาวของบิ๊กมัมที่ชื่อ ลอร่า โดยบิ๊กมัมมอบบีเบิ้ลให้ลอร่าเพื่อป้องกันตัว เพราะลอร่าคือเจ้าสาวในงานแต่งครั้งสำคัญที่สุดที่ทให้บิ๊กมัม ได้อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ลอร่าก็หนีไปก่อน โดยทำให้งานเลี้ยงน้ำชาของบิ๊กมัมล่มลง โดยบิ๊กมัมเสียสิทธิอำนาจในการโค่น 4 จักรพรรดิที่เหลือ กับรัฐบาลโลก ซึ่งบิ๊กมัมก็โกรธจึงออกตามหาลอร่าหวังฆ่าพื่อแก้แค้น
ในอดีตเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนซีซาร์หนีจากการตามล่าของรัฐบาลโลกกับกองทัพเรือในโลกใหม่นั้น ซีซาร์หนีไปหาบิ๊กมัม ซึ่งบิ๊กมัมขอให้ซีซาร์ทำการวิจัยเปลี่ยนมนุษย์เป็นคนยักษ์ ซึ่งบิ๊กมัมให้ทุนมหาศาลอย่างไม่ลังเล เพราะความฝันขอบิ๊กมัมคือการจัดปาร์ตี้น้ำชากับครอบครัวของตนที่มีทุกเผ่าพันธุ์โดยครอบครัวนั้นมีขนาดเท่ากับเผ่าคนยักษ์ โดยขนาดตัวพอๆกับบิ๊กมัม โดยไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์ แต่ซีซาร์รู้ว่าการทดลองนั้นล้มเหลวจึงหวังแต่ข้อมูลการวิจัยมาเอาพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ กับต้องการที่ซ่อน ทุกครั้งที่บิ๊กมัมติดต่อไปหาซีซาร์ ซีซาร์มักบอกจวนจะเสร็จ ซึ่งบิ๊กมัมก็รู้ว่าซีซาร์เอาทุนส่วนใหญ่ไปผลาญกับความสุข แต่บิ๊กมัมก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ จนโดนซีซาร์หลอกเอาทุนหนีไป จนบิ๊กมัมหมายจับตัวซีซาร์เพื่อแก้แค้นกับให้มาวิจัยต่อ แต่พอซีซาร์หนีไปอยู่กับโดฟลามิงโก้กับได้รับการติดต่ออยู่ ทั้งยังผลิตสินค้าในโลกใต้ดินให้โดฟลามิงโก้เอาไปขาย แต่บิ๊กมัมไล่ล่าไม่ไดเพราะซีซาร์มีโดฟลามิงโก้หนุนหลังอยู่ พอซีซาร์ถูกกลุ่มหมวกฟางจับเป็นตัวประกันก็ออกตามล่าทันที

พลเอก โบร์ซาลิโน่ คิซารุ

พลเอก โบร์ซาลิโน่ คิซารุ 

ข้อมลู

พลเรือเอก คิซารุ  เดิมทีชื่อพลเรือโท โบร์ซาลิโน่ คิซารุเป็นชายวัยกลางคน มีรอยเหี่ยวย่นเต็มใบหน้า เขาสวมใส่เสื้อสูทลายแถบแนวตั้งสีเหลืองและพาดเสื้อคลุมของกองทัพเรือไว้ที่บ่า

สวมรองเท้าสีขาว แว่นกันแดดไม่เข้มมากขอบสีทอง และมีแมลงโทรสารสีดำที่ข้อมือซ้ายเหมือนกับนาฬิกา คิซารุเป็นคนที่สูงมากโดยที่เขาสูงเท่าๆกับ พลเรือเอก อาโอคิยิ  เป็น 1 ใน 3

ขุมกำลังของรัฐบาลโลกที่แข็งแกร่งที่สุด รูปลักษณ์เป็นชายแก่ใจดี สงบเยือกเย็น มีความรู้ความสามารถในการต่อสู้สูงและมักสนุกในการต่อสู้เสมอไม่สนใจในการ

ตามล่าโจรสลัดแต่จะรับคำสั่งจากเซ็นโกคุโดยตรงเพื่อจัดการโจรสลัดโดยจะไม่ทำ นอกเหนือคำสั่งโดยเด็ดขาดคิซารุ เป็นคนที่มีความ สุขุมจนถึงขั้น ทนงในความสามารถของตนที่ไม่เคยแพ้ใครเป็นผู้มีพลังจาก

ข้อมลู

ผลปีศาจ พิกะ พิกะ สายโรเกียเค้าเป็นมนุษย์ลำแสง มีพลังในการรวบรวมลำแสงแล้วยิงออกไปทำลายศัตรู พลังแสงของเค้าถูกใช้ออกมาในรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะการยิงมันออกมาจากนิ้วมือ

แขนและขา และเมื่อแสงรวมตัวกันมากขึ้นจะแปลสภาพออกมาในรูปแบบของแสงเลเซอร์ที่มีพลัง ในการทะลุทะลวงสูงจะสามารถเพิ่มขึ้นตามความเข้มของแสงที่รวบรวมซึ้งสามารถ

ทำลายได้แม้แต่เกาะ หรือแม้แต้ใต้น้ำ ร่างกายของเค้าสามารถสลายกลายเป็นแสงและปล่อยให้วัตถุผ่านทะลุตัวของเขาได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ และสร้างตัวขึ้นใหม่จากอนุภาคเล็กๆได้

คิซารุ ได้ชื่อว่าเป็นชายที่เร็วที่สุดในโลกเพราะเคาเร็วเทียบเท่ากับแสง ท่าไม้ตายในการโจมตีทั้งหมดของเขามาจากธาตุแสงทั้งสิ้น  เช่น การปล่อยแสงออกจากปลายนิ้วหรือปลายเท้า

โดยที่พลังที่ปล่อยออกมามีความรุนแรงมาก ทำให้เกิดการระเบิดและสามารถทำลายตึกได้อย่างง่ายดาย การปรากฏตัวครั้งแรกของ คิซารุ ที่ หมู่เกาะซาบอนดี้ แสดงให้เห็นถึงความ สุขุม

เยือกเย็นจนถึงขั้นทนงตนว่าความสามารถของผลปีศาจที่เค้ามีนั้นไร้คู่ต่อสู้ แต่ ท่าทางที่เค้าแสดงก็ดูเหมือนมันจะไม่เกินจริงเลยเพราะแม้ว่าจะมีโจรสลัดที่

ข้อมลู

ร้ายกาจและมีค่าหัวระดับ 100 ล้านอยู่ถึง 11 คนเค้าก็ไม่เคยเกรงกลัวยังคงสงบเยือกเย็นและสามารถจับกุมโจรสลัดได้มากมาย ถึง 500 คนส่วนใหญ่บาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยนิสัยของ

คิซารุ ที่ดูเหมือนนิสัยแบบสบายๆของ อาโอคิยิ กับความโหดเหี้ยมของ อาคาอินุ เข้าด้วยกัน จะมีความปราณีต่อศัตรูอยู่มากต่างจากนายพลคนอื่นที่จะเน้นฆ่ามากกว่าจับเป็น

จึงทำให้มีโจรสลัดมากมายหนีรอดไปได้รวมถึง ซิลเวอร์ เรย์ลี่ที่อยู่ในเหตุการนี้ด้วยก็สามารถหนีไปได้โดยคิซารุไม่สนใจที่จะตาม แม้แต่น้อย

แชงคูสผมแดง หรือจักรพรรดิแดง

แชงคูสผมแดง หรือจักรพรรดิแดง

 

ข้อมลู

 

แชงครูสผมแดง หรือที่รู้จักในชื่อจักรพรรดิแดง โดดเด่นที่ผมสีแดงสดมาตั้งแต่ยังเด็ก รอยแผลเป็นที่ตาซ้าย หน้าตาหลอเหลารูปร่างสูงโปร่ง สวมใส่ชุดที่แตกต่างจากโจรสลัดคนอื่นที่มีตำแหน่งสูงซึ่งมักแต่งตัวเต็มยศใน แบบกัปตันแต่สำหรับแชงคูสเค้าชอบที่จะแต่งกายในแบบสบายๆ เสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่สีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล สวมเสื้อคลุมสีดำปกปิดแขนซ้ายที่ขาดของเค้าแต่

จะโชแขนขวาและดาบประจำตัวให้เห็นอย่างเด่นชัด นิสัยของเค้าดูซับซ้อนหลายแง่มุม บางครั้งเป็นคนสนุกสนานไม่มีรัศมีแห่งความสูงส่งหรือความมักใหญ่ใฝ่สูง แต่ในบางครั้งกลับดูจริงจังจนน่ากลัวพร้อมที่ฆ่าศัตรูทุกคนที่เข้ามาใกล้  แต่ก็เป็นที่รักของคนทั่วไปทั้งกับพวกพ้องเดียวกันและชาวบ้านทั่วไปแชงคูส ผมแดง  มีตำแหน่งเป็น 1 ใน 4 จักรพร รดิแห่งท้องทะเล ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นโจรสลัด 4 คนที่ปกครองครึ่งหลังของแกรนไลน์หรือ

“โลกใหม่” เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจทั้งสามของโลก คานอำนาจกับ กองทัพเรือ และ เจ็ดเทพโจรสลัด ซึ่งกลุ่มสี่จักรพรรดินี้ได้ชื่อว่าเป็นโจรสลัดที่มีฝีมือน่ากลัวและมีชื่อ เสียงน่าเกรงขามไปทั่วโลก โดยการมีอยู่ของสี่จักรพรรดิ์นี้ ต่างจากเจ็ดเทพโจรสลัดตรงที่ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพหรือร่วมมือกัน แต่ว่าต่างคนต่างอยู่และเป็นอิสระต่อกัน และมักจะปะทะกันอยู่เสมอนั่นอาจเป็นเพราะว่า

สมาชิกของเหล่าจักรพรรดิล้วนเป็นคนมีฝีมือและมีจำนวนมากจึงไม่มีใครยอมใคร และมักมองว่านายของตนเหนือกว่าคนอื่นนำมาซึ่งการต่อต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิ ด้วยกันเองและทุกครั้งที่ปะทะกันมักเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก แม้ว่าดินแดนโลกใหม่จะอยู่ใกล้จุดสูงสุดของแกรนต์ไลและใกล้วันพีชที่สุดแต่ ก็ไม่มีจักรพรรดิคนใดไปถึงได้นั้นอาจเป็นเพราะเส้นทางเดินเรือของทั้ง 4 คนขัดกันอยู่ต่างคนต่างอยู่ในที่ตั้งของตนไม่กล้าที่จะขยับออกนอกเขตปกครอง

 

ข้อมลู

 

เพราะนั้นอาจหมายถึงการท้าทายที่จะนำมาสู่สงครามครั้งใหญ่และอาจบาดเจ็บ สาหัสจนจักรพรรดิที่เหลืออาจฉวยโอกาศโจมตีซ้ำจนกลุ่มต้องแตกไปนำมาซึ่งการ เสียสมาดุลครั้งใหญ่ในฐานะ 1ใน4 จักพรรดิ แชงคูสดูช่างสมกับตำแหน่งที่ได้มา มีทั้งเพลงดาบที่แข็งแกร่งไม่แพ้แม้แต่กับ หนวดขาวหรือมิฮอร์ค มีพลังฮาคิที่เทียบเท่า ราชาโจรสลัด ด้าน กำลังพลที่ดูจากขนาดเรือที่เล็กกว่าเรือโมบี้ดิกของหนวดขาวไม่มากทำให้คาด

ว่ากำลังพลจึงเกือบเทียบเท่าที่หนวดขาวมีและกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกทีที่ ปรากฏตัวให้ได้เห็น จึงเป็นอีกกลุ่มโจรสลัดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกซึ้งแม้แต่รัฐบาลโลกยังทำได้ เพียงจับตามองเพียงเท่านั้น  ไม่กล้าที่จะเข้าปะทะโดยตรงเพราะนั่นจะเป็นการเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทั้งสองฝ่ายนำมาซึ่งการสั่นครอนเสาหลักของโลกกลุ่มโจรสลัดผมแดงของแชงคูสเป็นกลุ่มโจรสลัด

พวกแรกที่ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับสมาชิกในกลุ่มที่ดูธรรมดาแต่ก็ร้ายกาจ มีกัปตันที่ดูสนุกสนานแต่ก็ดูเท่ ความสามารถของแชงคูสครั้งแรกที่ปรากฏเค้าแสดงให้เห็นถึงจิตคุกคามที่ร้ายกาจ ระดับ ราชันย์   ที่แม้แต่จ้าวทะเลที่ดุร้ายยังต้องผงะ จากการที่เค้าเข้าช่วย ลูฟี่ ที่กำลังจะจมน้ำจึงเป็นที่แน่นอนว่าเค้าไม่ใช่ผู้มีพลังผลปีศาจแต่เป็นผู้มี พลัง ฮาคิราชันย์ที่ร้ายกาจเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไป

และอาจเรียกได้ว่าไม่เคยแพ้ใครมาก่อน แต่ถ้ามีอาจจะเป็น Teach หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดหนวดดำที่เคยสร้างบาดแผลบนใบหน้าให้แชงครูส ซึ้งในอนาคตอาจเกิดการรบครั้งใหญ่ระหว่างทั้งสองอีกครั้งก็เป็นได้ในอดีตเมื่อครั้งยังเด็ก แชงคูสมีความกะตือรือล้นที่จะเป็นโจสลัดเป็นอย่างมาก เค้าฝันที่จะออกพจญภัยในโลกกว้างเพื่อค้นหาจุดมุ่งหมายในชีวิตของเค้า โดยเค้าเลือกที่จะเป็นเด็กฝึกหัดบนเรือของโกล โรเจอร์

 

ข้อมลู

 

ที่แสนจะอันตรายมากกว่าที่จะอยู่บนเรือโจรสลัดอื่นที่อันตรายน้อยกว่านั้น เป็นเพราะเค้ารู้ว่า โรเจอร์นั้นเป็นบุคคลที่เค้าสมควรเอาเป็นตัวอย่าง  “ในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าแม้วันนี้จะเป็นสุดท้ายของชีวิตก็ตาม”   แม้ว่าแชงคูสจะ อยู่บนเรือในฐานะเด็กฝึกงานที่ทำหน้าทำความสะอาดดาดฟ้าเรือและเก็บกวาดเรือ แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของสมาชิกของกลุ่มในบางครั้งเค้าก็จำเป็นต้องต่อสู้ร่วม

กับกลุ่มเพื่อปกป้องชีวิตของตนและเพื่อปกป้องเรือที่เป็นเสมือนบ้านของเค้า วันเวลาผ่านไปวันหนึ่งโรเจอร์บอกลูกเรือทุกคนเกี่ยวกับโรคร้ายของตนและให้ ลูกเรือทุกคนตัดสินใจว่าจะออกจากกลุ่มหรือจะเดินทางไปพิชิตวันพีชพร้อมกับตน ด้วยวัย15ปี ย่างเข้าวัยรุ่นแชงคูสไม่ทิ้งโอกาศนี้เค้าเข้าร่วมในทันทีเพื่อหวังฝึกฝนตน เองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเดินทางในฐานะลูกเรือของราชาโจรสลัดกินเวลาเพียง 4ปี

ก็สามารถไปถึงที่ๆถูกกล่าวขานกันว่า วันพีชถูกซ่อนอยู่แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ มีเพียงสมาชิกไม่กี่คนที่เหลือรอดของกลุ่มโรเจอร์เท่านั้นที่รู้ว่า วันพีชคืออะไรกันแน่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึงแชงคูสด้วยที่รู้

ทราฟาลก้า ดี วอเตอร์ ลอว์

ทราฟาลก้า ดี วอเตอร์ ลอว์

 

ข้อมลู

 

ข้อมูล ทราฟาลก้า ดี วอเตอร์ ลอว์ (Trafalgar D. Water Law )

ประวัติ : ปรากฏตัวครั้งแรกบนหมู่เกาะซาบอนดี้ซึ้งเค้ากำลังเพลิดเพลิน กับการดูการต่อสู้ของ มือสังหาร-คิลเลอร์ และพระปริศนา-อุรูจ”แต่ถูกขัดจังหวะโดย ธงแดง-เดียซ เดรคหลังจากนั้นเค้าไปดูการประมูลทาสเพื่อหวังจะหาลูกน้องใหม่ๆแต่กลับพบกัปตันคิดซึ้งเกิดการปะทะกันด้วยสายตานิกหน่อยหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ลูฟี่ซัดพวกเท็นริวจึงร่วมมือกับกัปตัน คิดและลูฟี่ต้านพวกทหารเรือและแปซิฟิต้าแต่เมื่อพลเอกคิซารุปรากฏตัวรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้จึงแยกย้ายกันโจมตีและหายตัวไป

[ อาวุธที่ใช้ ]

– ดาบยาว(nodachi)
เป็นดาบที่ลอว์มั่กจะพกพาติดตัวอยู่ตลอดเวลา เขาจะเอาดาบนี้วางไว้บริเวณไหล่อยู่เสมอ
ซึ่งเป็นดาบที่มีความคมเเละทนทานสูงพอสมควร ขนาดความยาวของดาบนั้น ไม่ทราบเเน่ชัด

 

ข้อมลู

 

[ ความสามารถต่างๆ ]

– ผลปีศาจ โอปะ โอเปะ Ope Ope : ผลห้องผ่าตัด ที่มีความสามารถในการสร้างช่องว่างระหว่างอากาศดูคล้ายห้องผ่าตัดส่วนตัวที่มีเพียงลอว์เท่านั้นที่เป็นเจ้าของและควบคุมทุกสิ่งที่อยู่ภายในได้ โดยหลักเค้าใช้ในการแยกชิ้นส่วนที่ดูเหมือนกับการตัด-ต่อ ซึ่งผู้คนหรือสิ่งของที่ถูกตัดจะสามารถนำไปสลับที่กันด้วยท่า “แชมเบิลส์ – Shambles” หรือไปต่อกับอย่างอื่นที่ อยู่ในรัศมีพลังของลอว์ได้ ซึ้งความสามารถ คร้ายครึงกับความสามารถผลแยกร่าง ของบากี้ เพียงแต่ของบากี้แยกร่างของตนเองโดยไม่กำหนดระยะห่างของร่าง แต่ของลอว์แยกร่างผู้อื่นโดยต้อง กางขอบเขตของพลังที่เรียกว่า รูม(ROOM)

– รูม ( ROOM )
เป็นการกางห้องสูณญากาศแห่งความตาย ที่มีลักษณะเป็นทรงกลมสีฟ้าเขียว ออกไปเพื่อล่อให้ศัตรูเดินเข้ามาในห้องแห่งความตายซึ่งลอว์จะยกมืออยู่ในระดับใดระดับหนึ่งที่เหนือเอวขึ้นมาหรือตํ่ากว่าเล็กน้อยเพื่อที่จะใช้ความสามารถของผลโอเปะโอเปะในการกางสูญญากาศหรือโดมโปร่งใสสีฟ้าเขียว
หลังสงคราม2ปีจบลงความสามารถของลอว์นั้นก็ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากปกติรูมนั้นจะกางขอบเขตได้ไม่ไกลนักเเต่ตอนที่สู้กับโดฟามิงโก้ ลอว์สามารถกางรูมได้ไกลมากน่าจะ 1-2กม.ได้เลยโดยประมาณ สิ่งที่อยู่ในรูมนี้ ลอว์จะสามารถทำอะไรกับคนๆนั้นได้หรือวัตถุต่างๆได้เหมือนกับห้องผ่าตัดนั่นเอง

( ท่าที่ใช้ควบคู่กับรูม )

1.1 – “แชมเบิลส์ – Shambles”
การสลับที่ระหว่างวัตถุหนือมนุษย์เเละสิ่งของ ต่างๆโดยรอบได้ ซึ่งกานสลับตำเเหน่งนั้นๆ เราสามารถสลับตัวเรากับศัตรูโดยการสลับจากตรงที่ศัตรูยืนอยู่ให้มาอยู่ในตำเเหน่งของเราซะเอาส่วนเราก็จะสลับไปอยู่ตำเเหน่งของศัตรูเเทน ท่านี้สามารถสลับตำเเหน่งของพวกสิ่งของ ต่างๆหรือวัตถุ,มนุษย์ ได้เเต่ต้องอยู่เฉพาะใน รูมหรือขอบเขตของรูมเท่านั้น

1.2 -ดาบของลอว์เมื่ออยู่ในรูมจะสามารถ ตัดทุกอย่างได้โดยสิ่งที่ตัดจะขาดทุกสิ่ง เเละคนที่ถูกตัดร่างนั้นจะยังไม่ตายเเละไม่สามารถคืนสภาพร่างที่ถูกตัดออกไปได้

1.3 – สเเกรน
ลอว์สามารถรับรู้ถึงเครื่องมือสื่อสารต่างๆได้ หากศัตรูพกของจำพวกสื่อสารกันลอว์จะสเเกรนเจอทันที

-เรดิโอไนฟ์
เป็นการฟันใส่ศัตรูโดยในระหว่างที่ลอว์จะฟัน ไปนั้นจะปรากฎกระเเสไฟฟ้าขึ้นที่ดาบของลอว์ก่อนเเล้วจึงฟันใส่ด้วยความเร็วสูงจำนวน 4-5ครั้ง ด้วยความสามารถของ เรดิโอไนฟ์ เมื่อถูกฟันไปเเล้วจะทำให้การฟื้นฟูหรือการรักษาใช้ไม่ได้ไปสักระยะ เเละร่างกายก็จะขาด ออกเป็น 4-5ส่วน ด้วยกัน ท่านี้หาดใช้ในรูม จะเป็นท่าที่รุนเเรงเเละมีประโยชน์มาก

 

ข้อมลู

 

-เคาน์เตอร์ช็อก
เป็นท่าที่ต้องยกมือทั้งสองข้างซ้ายเเละขวา ในลักษณะกำหมัดยื่นไปด้านหน้าเผยให้เห็น รอยสักหลายแห่งตามร่างกายโดยเฉพาะที่มือซ้ายสักคำว่าตาย”D.E.A.T.H”ไว้ทั้ง 5นิ้วทำให้ดูเหมือนมือยมทูตที่พร้อมจะมอบความตายให้ทุกคน เมื่อยื่นมือทั้งสองออกไปก็จะ ปรากฎกระเเสไฟฟ้าช็อตใส่ศัตรูเเละทำการระเบิดใส่ในเวลาเดียวกัน ท่านี้เป็นท่าที่เเรงมาก สามารถล้มสัตร(จำไม่ได้)มีขนาดที่ใหญ่โครตได้ในทีเดียว

-เเกมม่าไนฟ์
ท่าไม้ตายของลอว์เรียกได้มาเป็นท่าที่เเรงที่สุดเลยก็ว่าได้โดยจะปรากฎสายฟ้า(กระเเสไฟฟ้า)ขึ้นที่มือหรือดาบหากใช้สายฟ้านั้นเเทงใส่ศัตรูมันจะทำลายระบบภายในร่างกายอย่างรวดเร็วซึ่งในตอนที่เเทงไปศัตรูจะไม่มีบาดเเผลภายนอกเลย การทำลาบจากภายในที่ไม่สามารถป้อง กันได้ท่านี้จะทำลายอวัยวะทุกส่วนจากภายในจนพังเเละเเหลกไปได้เลยซํ้าใครที่ถูกท่านี้อาจถึงตายได้ ( มิงโก้มันโหดสัสรัสเซียเลยไม่ตาย )

– ฮาคิเกราะ – คือ พลังที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการโจมตีและสะท้อนการโจมตีได้ ให้พลังรุนแรงยิ่งก่าเดิม และยังสามารถใช้ฮาคิชนิดนี้เคลือบไว้กับวัตถุต่างๆที่ใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย และที่พิเศษสุดๆคือสามารถใช้เพื่อสัมผัสร่างกายที่แท้จริงของผู้มีพลังพิเศษสายโลเกียหรือพารามีเซีย ที่มีร่างกายเป็นสสารต่างๆเพื่อใช้ในการต่อสู้ได้อีกด้วย ฮาคิประเภทนี้ไม่สามารมองเห็นได้แต่เวลาใช้ฮาคิประเภทนี้มักจะมีสีดำๆตรงส่วนที่ใช้ฮาคิอยู่เพื่อบอกให้รู้ว่ากำลังใช้ฮาคิเกราะ เป็นฮาคิที่สามารถฝึกฝนและใช้ได้ทุกคน