ปีแสง, พลังงานเคมี

ปีแสง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปีแสง

 

ปีแสง เป็นหน่วยระยะทางทางดาราศาสตร์ โดย 1 ปีแสงหมายถึง ระยะทางที่แสงเดินทางในเวลา 1 ปี โดยแสงมีอัตราความเร็ว 299,792.458 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นใน 1 ปีแสงจึงมีระยะทางเท่ากับ 9,460,730,472,580.8 กิโลเมตร (ตามข้อกำหนดของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล) สาเหตุสำคัญที่นักดาราศาสตร์กำหนดหน่วยระยะทางเป็นปีแสง เนื่องจากเอกภพมีขนาดใหญ่โตกว้างขวาง วัตถุต่างๆที่อยู่ในเอกภพจึงมีระยะทางที่ห่างกันมากเกินกว่าที่จะใช้ระยะทางที่ใช้บนพื้นโลกได้ และที่ใช้แสงนั้นเนื่องจากแสงเป็นสิ่งที่เกินทางเร็วที่สุด ดังนั้นหน่วยปีแสงจึงเป็นหน่วยที่ใช้วัดระยะทางระหว่างดาราจักรเป็นสำคัญ


พลังงานเคมี

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พลังงานเคมี

 

พลังงานเคมี เป็นพลังงานศักย์ที่แฝงอยู่ในโครงสร้างของสารที่ปล่อยพลังงานเคมีออกมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น พลังงานเคมีที่อยู่ในก๊าชเชื้อเพลิงซึ่งเป็นประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย เช่น ให้พลังงานความร้อนในการหุงต้มอาหาร ให้พลังงานเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนรถยนต์ พลังงานเคมีที่สะสมในแบตเตอรีที่นำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น

น้ำบาดาลและน้ำเหลือง

น้ำบาดาล

Image result for น้ำบาดาล

น้ำบาดาล เป็นน้ำที่อยู่ใต้ดิน โดยเกิดจากการสะสมตัวอยู่ตามรอยแยกหรือรอยแตกของชั้นหิน หรืออาจสะสมตัวอยู่ระหว่างช่องว่างของเม็ดทรายหรือเม็ดกรวด เมื่อสะสมตัวนานๆเข้าจึงมีปริมาณน้ำจำนวนมาก ที่เมื่อขุดผ่านชั้นดินและชั้นหินลงไปจะพบน้ำและนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมได้ ในประเทศไทยมีการนำน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะในท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลแหล่งน้ำสำหรับในกรุงเทพฯและบริเวณใกล้เคียงมีการยกเลิกการนำน้ำบาดาลมาใช้ เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แผ่นดินทรุด


น้ำเหลือง

Image result for น้ำเหลือง

น้ำเหลือง มีลักษณะเป็นของเหลวใสอยู่รอบรอบเซลล์ เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสารระหว่างหลอดเลือดฝอยกับเซลล์ มีหน้าที่สำคัญในการผลิตสารต่อต้านเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายอวัยวะที่มีหน้าที่ผลิตน้ำเหลือง ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ต่อมทอมซิล น้ำและต่อมไทมัส จากนั้นจะส่งต่อไปยังท่อน้ำเหลืองที่ทำหน้าที่ส่งน้ำเหลืองต่อไปยังหลอดเลือดดำ

การดัดแปลงพันธุกรรมพืช

การดัดแปลงพันธุกรรมพืช

Image result for การดัดแปลงพันธุกรรมพืช

การดัดแปลงพันธุกรรมพืช เป็นวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืชให้มีผลผลิตสูงขึ้น สามารถต้านทานโรค ทนต่อความแห้งแล้ง รสชาติดีขึ้น สวยขึ้น มีขนาดใหญ่ขึ้น และอื่นๆอีกมากมาย โดยการผสมพันธุ์พืชชนิดต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยวิธีโพรโทพลาสต์ ฟิวชั่น ทำให้เกิดลูกผสมพันธุ์ใหม่ สำหรับผลผลิตที่เกิดขึ้นกับพืชเหล่านี้เรียกว่า GMO (Genetically modified organisms) อาหารและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตแปรรูป หรืออาจมีส่วนประกอบของพืชเหล่านี้เรียกว่า GMS (Genetically modified food) แต่เนื่องจากยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ ว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จึงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารให้รอบคอบเสียก่อน ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือการผสมพันธุ์พืชเหล่านี้ได้มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ โดยเจ้าของเทคโนโลยีดังนั้นเกษตรกรจึงไม่สามารถเก็บรักษาหรือพัฒนาพันธุ์พืชชนิดนี้ได้

เสริมความมั่นใจก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน

เสริมความมั่นใจก่อนตัดสินใจเปลี่ยนงาน

 

Image result for career change

 

เมื่อใคร่ครวญด้วยเหตุผลตามข้อมูลทั้งหมดแล้ว ความมั่นใจในการเปลี่ยนงานครั้งนี้ของท่านอาจจะอยู่ที่ 90% เราลองมาพิจารณาข้อมูลในอนาคต โดยการขอเจรจาหรือตั้งคำถามเพิ่มเติมกับองค์กรใหม่ที่เราจะไปร่วมงาน ดังต่อไปนี้

1. เราสามารถจัดหาทีมงานเข้ามาร่วมงานด้วยได้หรือไม่

อาจเป็นคำถามที่ตอบยากตามความเป็นจริงของหลายองค์กรในขณะนี้ไปซักหน่อย เพราะมีการจำกัด Head Count ในยุคเศรษฐกิจ แต่เราสามารถหาเหตุผลสนับสนุนคำถามต้องการผลงานที่บรรลุเป้าหมายในเวลาอันสั้น งานที่ชื่อมือกันและกันจะสามารถทำภารกิจนั้นได้ไม่ยากเหมือนกับทีมฟุตบอลที่เล่นด้วยกันมานาน ส่งต่อรับลูกเข้าหากัน เพียงมองตาก็สามารถส่งลูกเข้าไปที่ตาข่ายได้ และย้ำว่าเราใช้เวลาไม่มากในการหาทีมงานที่เรารู้จักฝีมือจากแหล่งต่างๆ ซึ่งไม่ได้หมายถึงคนในองค์กรเดิม ข้อเสนอนี้ก็อาจจะทำให้องค์กรที่เรากำลังจะย้ายไปไม่เพียงแต่ได้เราที่เป็นดาวเด่นขององค์กรไปร่วมงานแต่จะได้กลุ่มดาวที่พร้อมจะสร้างผลงานชิ้นเลิศให้แก่องค์กรใหม่ได้ด้วย

2. ขอเวลาเข้าไปทดลองร่วมทำงานกับเพื่อนร่วมงานใหม่ก่อนเซ็นสัญญาได้หรือไม่

หากข้อเสนอแลกได้รับคำปฏิเสธ ดังนั้นเพื่อนร่วมงานที่เราจะเข้าไปทำงานเป็นทีมเดียวกันจะเป็นคนหน้าใหม่สำหรับเรา และเราก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการทำงานของทีมที่พวกเขาเคยร่วมงานกันอยู่เดิม ในฐานะที่เป็นคนใหม่ในทีมเราจึงควรมีโอกาสในการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ สร้างความคุ้นเคยกับการทำงานของผู้ร่วมงานเพื่อการร่วมงานกันอย่างราบรื่นในระยะยาว

กลยุทธ์ในการดูแลใส่ใจและรักษาพนักงาน (Retention)

กลยุทธ์ในการดูแลใส่ใจและรักษาพนักงาน Retention

 

Image result for retention employee

 

ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ จากเดิมที่ HR เล่นบทเอกเป็นขวัญใจพนักงาน ต้องเปลี่ยนให้หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับเป็น Team Champion เพราะการดูแลรักษาไม่ใช่เพียงการรักษาให้คนเก่ง คนดี อยู่กับองค์กรอย่างเดียว แต่ต้องรักษาใจที่รู้สึกผูกพันและแรงจูงใจที่จะมุ่งมั่นสร้างความสำเร็จแก่ตนและองค์กรด้วย อย่ายึดเพียงกายแต่ต้องคล้องใจพนักงานให้ได้ด้วย เดิมที HR ทำหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบและบำรุงขวัญกำลังใจ เน้นการดำเนินกิจกรรมสัมพันธ์ รวมทั้งจัดให้มีการสื่อสารภายในองค์กรอย่างเข้มแข็ง หัวหน้างานรับลูกต่อและเล่นเป็นตัวประกอบ สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมคือหัวหน้าหน่วยงานทุกระดับต้องเล่นเองและเป็นผู้กำกับเอง โดยจะต้องเป็นผู้คอยสอดส่องดูแลพนักงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ควรกำหนดให้การบริหารบุคคลและการดูแลทีมงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ความรับผิดชอบใน Job Description และมีการประเมินผลอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านระบบการวัดผลต่างๆ เช่น การสำรวจความพึงพอใจ ความผูกพันธ์ของพนักงาน การวัดประสิทธิผลการทำงาน Productivity ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้หัวหน้าทุกระดับต้องมีความเข้าใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนเก่งๆ เขาจะชอบงานที่ท้าทาย สร้างสรรค์ หัวหน้าจึงต้องคิดงาน ออกแบบงานที่น่าสนใจ คอยเพิ่มขอบข่ายความรับผิดชอบและอำนาจในการตัดสินใจที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างบรรยากาศให้เกิดความคิดท้าทายและความร่วมมือจากทีมงานอย่างต่อเนื่อง ให้หัวหน้าเป็นผู้ให้คุณ ให้โทษ ทำหน้าที่ในการสนทนา การประเมินผล การปฏิบัติงานอย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่าแนวโน้มข้างหน้างาน HR เน้นทำงานที่สนับสนุนให้หัวหน้าหน่วยงานทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างกลไกในการเลือกเป็นผู้มีความเหมาะสมให้ได้รับการสะสมขึ้นเป็นหัวหน้าหลักสูงต่อไป

แนวปฏิบัติที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนทำให้เกิดความร่วมมือ

แนวปฏิบัติที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนทำให้เกิดความร่วมมือ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

จากการสอบความคิดเห็นจากพนักงานในองค์กรขนาดกลางมากกว่า 1500 คน มีแนวปฏิบัติที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนทำให้เกิดความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเป็นทีมโดยจัดเป็นแบ่งเป็น 4 ด้านดังนี้

1. การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง   ผู้บริหารลงทุนหาเวลาและสนับสนุนทรัพยากรในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีในหมู่พนักงานทุกระดับ โดยลงไปพูดคุยเยี่ยมเยียนและรวมทั้งสนับสนุนให้มีการจัดพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางทั้งในทีมและระหว่างทีมงานต่างๆทั่วองค์กร

1.1 เป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็น Team Leader คือ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานเป็นทีม คิดหาวิธีในการกระชับความสัมพันธ์หรือสร้างเครือข่ายในแบบเฉพาะขององค์กรที่ช่วยสะท้อนค่านิยมของผู้บริหารในการให้ความสำคัญด้านมนุษยสัมพันธ์และความไว้วางใจ

1.2 ปลูกฝังการแลกเปลี่ยนความรู้และการแนะนำการทำงาน โดยผู้บริหารใส่ใจการพัฒนาความรู้ ความสามารถของสมาชิกในหน่วยงานของตนอยู่เสมอ สร้างเสริมที่มพร้อมแบ่งปันความรู้และเสนอแนะนำความคิดเห็น

2. การพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีม

หน่วยงานพัฒนาบุคคลที่ต้องเสริมทักษะความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นแก่สมาชิกในทีม เพราะบ่อยครั้งพบว่าพนักงานหรือผู้บริหารเต็มใจให้ความร่วมมือ แต่ไม่รู้วิธีให้ความร่วมมือที่มีประสิทธิผล ดังนั้นควรพัฒนาทักษะที่จำเป็นซึ่งประกอบไปด้วย ชุดทักษะความรู้ด้านการเข้าใ และชื่นชมผู้อื่น การบริหารพุฒิภาวะทางอารมณ์ การสนทนาในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การสื่อสารการสอนและแนะนำงาน การแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กลุ่มผู้ชี่ยวชาญในทีมงานต่างๆต้องจัดให้มีระบบการหมุนเวียนเรียนงาน มีกิจกรรมเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนุกและท้าทาย

3. การมีผู้นำที่ถูกต้องเหมาะสม ควรต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งทางด้านการงานและด้านความสัมพันธ์ เพราะในการทำงานในโครงการที่ประกอบด้วยทีมงานต่างๆมากมายนั้น ผู้นำต้องมีสไตล์การบริหารที่ยืดหยุ่นสร้างความสมดุลทั้งด้านงานและด้านคน

4. การสร้างทีมใหม่และการจัดโครงสร้างของทีม การสร้างทีมงานที่จะช่วยให้เริ่มต้นทำงานได้อย่างรวดเร็วควรจัดสัดส่วนให้มีการรวมสมาชิกที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนกับสมาชิกใหม่ เพราะการสร้างทีมโดยเริ่มจากสมาชิกใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกันหรือไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนจะทำให้เกิดความล่าช้าในการสร้างทีม

หัวหน้าควรระวัง อย่าให้วัวดีบ่าแตก

วัวดีบ่าแตก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปกป้องลูกน้อง

 

ควรค่อยๆสร้างกำลังบ่าและไหล่ของคนเก่งให้พร้อม ที่จะได้รับมอบหมายงานตามความเหมาะสมแก่กำลังศักยภาพ

วัวดีบ่าแตก เป็นภาษิตเก่าแก่ที่เตือนใจให้เจ้าของวัว ระวังอย่าไปใช้งานวัวดีๆเทียมแอกลากเกวียนหนัก จนบ่าแตกและทำงานไม่ไหว ในที่สุดก็ใช้งานได้ไม่นานเพราะหมดสภาพไปเสียก่อน คงต้องนำคำโบราณมาสอนใจในการดูแลคนในปัจจุบันด้วย เพราะหากคนเก่งๆถูกมอบหมายงานเกินกำลัง คนเก่งก็อาจกรอบกลายเป็นคนหมดพลัง หมดไฟในการทำงานก็เป็นไปได้ ดังนั้นการดูแลคนเก่ง คนดี หรือที่เรียกว่ากลุ่มผู้นำในอนาคตขององค์กร คงต้องร่วมกันบริหารอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานทรัพยากรบุคคลและหัวหน้าหน่วยงาน

หน่วยงานบุคคลหรือ HR นั้นต้องมีระบบและกระบวนการในการวางแผนอัตรากำลังคนให้เหมาะสมกับปริมาณคุณภาพงาน และเป้าหมายตามกำหนดของหน่วยงาน และต้องมีวิธีการให้มั่นใจว่าคนเก่งเหล่านั้นมีความพร้อมด้านคุณลักษณะ ความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานต่างๆด้วย

สำหรับหัวหน้าหน่วยงานก็จะต้องดูแลให้มีการมอบหมายงาน และการกระจายงานอย่างเป็นธรรม เหมาะสม รวมทั้งประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อนควบคู่กันไป เพื่อให้เขาได้มีโอกาสในการใช้ศักยภาพด้านที่โดดเด่นในการทำงานอย่างเต็มที่ และพัฒนาจุดอ่อนในการทำงานของเขาจากสิ่งที่เป็นอุปสรรค ให้กลายเป็นจุดแข็งในการสร้างผลงาน

โดยรวมก็คือหัวหน้างานต้องทำหน้าที่ในการใช้ศักยภาพของคนเก่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจุดนี้เองที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลในหลายๆกรณี นั่นคือหัวหน้างานผู้ใช้คนเก่งอย่างเต็มที่ มีการเพิ่มงานขยายขอบเขตงานเป็นการใหญ่ โดยขาดการคำนึงถึงความพร้อมทั้งด้านความรู้ความสามารถ ความมั่นใจ และพนักงานคนเก่งคนนั้นที่เป็นประเด็นสำคัญ คือหัวหน้างานมักจะมีความเชื่อที่ว่าคนยิ่งเก่ง ก็ยิ่งต้องใช้งาน เพราะมีเจตนาที่ดีที่จะสร้างเวทีให้คนเก่งได้มีโอกาสแสดงผลงาน และถือเป็นการพัฒนาความสามารถในการทำงานด้วย

คนนอกหรือคนใน ควรเป็น CEO

คนนอกหรือคนใน ควรเป็น CEO

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ CEO

 

ต้องชั่งใจข้อดี ข้อด้อยของคนใน และคนนอก โดยคำนึงถึงสถานการณ์ในมิติต่างๆ ช่วงนั้นๆ

มีหลายตำแหน่งงานที่ว่างลง เพราะมีพนักงานผู้บริหารครบเกษียณอายุ การสรรหาคนมาสืบทอดตำแหน่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสะดุดติดขัดในการดำเนินธุรกิจหรือภารกิจขององค์กร

และตำแหน่งงานที่ถือว่าสำคัญยิ่งที่ต้องมีการเตรียมการอย่างดี ก็คือตำแหน่ง CEO เพราะเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญต่อความอยู่รอดหรือการรักษาความสำเร็จขององค์กร ดังนั้นผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่ง CEO จึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ตำแหน่ง CEO จะแตกต่างจากตำแหน่งอื่นๆ ที่รองลงมา เพราะอาจจะไม่ได้เป็นไปตามแผนการสืบทอดตำแหน่งที่วางไว้ และหลายครั้งก็มักจะเกิดความพลิกล็อค คือแทนที่ตำแหน่ง CEO จะเป็นของผู้นำที่เป็นลูกหม้อที่เติบโตมากับองค์กร จะกลับไปอยู่กับคนจากภายนอกองค์กร

คำถามคือ คนนอก หรือคนในควรเป็น CEO

จากผลการศึกษาของ James M. Citrin ร่วมกับ Dayton Ogden ตีพิมพ์ลงใน Harvard Business Review เมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ 2553 ซึ่งได้ทำการติดตามผลความสำเร็จขององค์กรที่ CEO มีการเลื่อนตำแหน่ง จากคนภายในองค์กรและคนภายนอกองค์กรผลการศึกษาพบว่า

1. ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกระดับคนในหรือสรรหาคนมาจากภายนอกนั้น ขึ้นอยู่กับสถานะผลประกอบการขององค์กร รวมทั้งสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดนั้นเป็น

2. การเลือกคนในองค์กรเป็น CEO จะเป็นการตัดสินใจที่ดีและเหมาะสมทีเดียว หากองค์กรกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ผลประกอบการดี มีกำไรและมีอนาคตในระยะยาว แต่พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหากองค์กรอยู่ในช่วงขาลงหรือประสบภาวะวิกฤตต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

เทพเจ้าอนูบิส

เทพเจ้าอนูบิส

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เทพอานูบิส

นับเป็นเวลานานหลายศตวรรษที่ชาวไอยคุปต์ถือว่าเทพเจ้าอนูบิสเป็นเทพเจ้าแห่งมรณะหรือเทพเจ้าของคนตายต่อมาครั้นบทบาทของเทพเจ้าโอซิริสเปลี่ยนจากเทพแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นเทพมรณะหรือคนตายก็กลายเป็นเทพเจ้าชั้นสูงกว่าเทพเจ้าอนูบิสถึงอย่างไรก็ตามเทพเจ้าอนูบิสก็นับว่ามีความสำคัญเกี่ยวกับพิธีฝังศพและถือว่าเป็นโอรสของเทพเจ้าโอซิริสและเทวีเทปทิส

สัญลักษณ์ของเทพเจ้าอนูบิสเป็นรูปสุนัขจิ้งจอกหรือรูปคนมีหัวสุนัขจิ้งจอกแต่เท่าที่ปรากฏเป็นภาพเขียนตามผนังกำแพงหลุมฝังศพและในคัมภีร์ต่างๆมักจะให้สีผิดเพี้ยนจากธรรมชาติคือเป็นรูปสุนัขจิ้งจอกสีดำซึ่งบางทีอาจแสดงความหมายว่าเป็นการเกิดใหม่หรือบางทีอาจเป็นการระลึกถึงการใช้สารที่เป็นออกไซด์หรือยางสนสีดำกับกระบวนการทำมัมมี่ศพ บริเวณพื้นที่สำคัญที่นับถือเทพเจ้าอานูบิสคือเมืองนมมณฑลที่ 17 ทางเขตไอยคุปต์ตอนบนเป็นเมืองหลวงซึ่งชาวกรีกให้ชื่อใหม่ว่าไวโนโปลิสหรือที่เรียกว่านครแห่งสุนัข ตามตำนานเล่าว่าเทพเจ้าอนูบิสเป็นผู้ดองมัมมี่ พระศพของเทพเจ้าโอซิริส ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นเทพเจ้าประจำของผู้ทำหน้าที่ดองมัมมี่ศพของชาวไอยคุปต์ตลอดมา

ยานเกราะเบาลาดตระเวน Beaverette

ยานเกราะเบาลาดตระเวน Beaverette

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ beaverette armoured car

 

ภายหลังจากที่กองกำลังรบนอกประเทศอังกฤษ (BEF) ถอนทัพออกจากฝรั่งเศสในปี 1940 ยันต์เกราะประจัญบานก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่มีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ได้รับการผลิต หนึ่งในนั้นคือยานเกราะเบาลาดตระเวนบีเวอเรตต์ (Beaverette) ยานเกราะคันนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่หลอด บีเวอร์บรุค (Lord Beaverbrook) รัฐมนตรีกระทรวงผลิตอากาศยานผู้ผลักดันโครงการนี้และสั่งผลิตอย่างเร่งด่วนภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน สร้างโดยบริษัทสแตนดาร์ดมอเตอร์ (Standard Motor Company Ltd) แห่งเมืองโคเวนทรี ใช้โครงรถ Standard 14 ของรถยนต์ ติดเกราะเหล็กหนา 11 มม. เปิดประทุนและติดแผ่นไม้โอ๊คขนาด 7.62 มม. บริเวณด้านหลังของพลปืน แต่ไม่มีอาวุธด้านหลัง พลขับมีช่องส่องอยู่ด้านหน้าเปิด-ปิดด้วยม่านเหล็ก ทำให้วิสัยการมองมีจำกัด รุ่น Mk I เพิ่งเริ่มเข้าสู่การผลิต ก็พัฒนารุ่น Mk II ตามมา และเมื่อไม่มีข้อจำกัดในการจัดซื้อเหล็ก ทำให้สามารถนำเกราะมาติดตอนท้ายเพื่อป้องกันพลประจำรถได้ดีขึ้น ขณะที่หม้อน้ำก็เปลี่ยนจากทรงแนวตั้งเป็นแนวนอน จากนั้นก็ผลิตรุ่น Mk III ในปี 1941 และเป็นยานเกราะที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ให้การปกป้องได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยนำเกราะกำบังมาใช้ แม้ความหนาของเกราะจะลดลงเหลือ 10 มม. แต่รุ่นนี้ติดเกราะทั้งคัน ทำให้น้ำหนักตัวรถไปอยู่ที่ช่วงท้ายเวลาขับขี่ มีประตูเข้า-ออกขนาดใหญ่ที่เดียวอยู่ท้ายรถ ส่วนจุดที่พลขับนั่งนั้นเป็นชั้นเกราะพอดี ทำให้อยู่ลึกกว่าตำแหน่งป้อมปืนเล็กน้อย ในรุ่น MK IV ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้าย ไม่มีชั้นเกราะ ตำแหน่งพลขับจึงอยู่ด้านหน้าป้อมปืน ส่งผลให้พลปืนมีพื้นที่ในการปฏิบัติการได้มากกว่า ยานเกราะเหล่านี้ประจำการอยู่หลายปีและหลายคันนำไปใช้ป้องกันลานบิน ถูกส่งมอบต่อให้อเมริกันในปี 1942